คัมภีร์
ศาสนาชินโต มีคัมภีร์ทางศาสนาที่สำคัญ 2 คัมภีร์ คือ โกชิกิ กับ นิฮอนโชกิ หรือนิฮอนคิ
1.คัมภีร์โกชิกิ (Kojiki)
คัมภีร์โกชิกิ รวบรวมขึ้นในปี ค.ศ. 712 (พ.ศ. 1255) แต่เดิมมาทรงจำกันด้วยปากเปล่า คัมภีร์นี้ว่าด้วยเทพนิยายและเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ อันเกี่ยวด้วยด้วยราชสำนักของพระจักรพรรดินี สุกิโอ (ค.ศ. 628 หรือ พ.ศ. 1171) เทววิทยา แห่งศาสนาชินโต โดยมากขยายตัวขึ้นจากการตีความในเทพนิยาย คัมภีร์นี้มีรากฐานอยู่กับขนบธรรมเนียมประเพณี กล่าวถึง นิยาย ตำนาน ประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวพันกับราชสำนักของพระจักรพรรดิ ส่วนใหญ่เทววิทยาของศาสนาชินโตได้พัฒนาขึ้นจากการตีความในเทพนิยายแห่งคัมภีร์ที่กล่าวนี้ มีผู้กล่าวกันว่า คัมภีร์ศาสนาชินโต มีลักษณะเป็นเทพนิยายผสมประวัติศาสตร์ ขนบธรรมเนียมประเพณี ข้อห้าม การปฏิบัติต่อเทพเจ้า
2.คัมภีร์นิฮอนโชกิ (Nihonshoki) หรือนิฮอนคิ (Nihongi)
คัมภีร์นิฮอนโชกินี้ ถือว่าเป็นคลาสสิค คือเป็นวรรณคดีชั้นสูงเป็นคัมภีร์รวม 30 เล่ม 15 เล่มแรก ว่าด้วยเทพนิยายและนิยายต่างๆ 15 เล่มว่าด้วยข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ เป็นที่ยอมรับกันว่าเป็นหนังสือประวัติศาสตร์ที่เชื่อถือกันมากที่สุด รวบรวมขึ้น ณ ราชสำนักในปี ค.ศ. 720 (พ.ศ. 1263) เป็นอักษรจีน (ในสมัยโบราณญี่ปุ่นใช้อักษรจีน) อันเป็นระยะเวลาที่มีการติดต่อกับชนชาติในทวีปยุโรปใหม่ๆ และเป็นสมัยที่จิตใจของประชาชนกำลังสูงคัมภีร์นี้บรรยายเป็นรูปประวัติศาสตร์ตั้งแต่สมัยแห่งบเทพเจ้าทั้งหลาย จนถึงรัชสมัยของจักรพรรดินี ชิโต (ค.ศ. 702 พ.ศ. 1245)
นอกจากนี้ยังมีคัมภีร์อื่นอีกหลายคัมภีร์ ดังต่อไปนี้
3.คัมภีร์โกโคชูอิ (Kogo Shui)
นับแต่คัมภีร์นี้เป็นต้นไป มีความสำคัญรองจากสองคัมภีร์ช่วงต้น อิมเบ ฮิโรนาริ เป็นผู้แต่งคัมภีร์โกโคชูอิ เป็นหนังสือที่อธิบายความหมายแห่งถ้อยคำและการปฏิบัติพิธีกรรมโบราณ แสดงถึงความคิดเห็นของผู้แต่งเองเกี่ยวกับศาลเทพเจ้าที่อิเสกและอัทสุตุ และเกี่ยวกับสถานะแห่งสกุลของผู้แต่งซึ่งสัมพันธ์กับสกุลนากาโตมิ และฐานะแห่งสกุลนากาโตมิ
4.คัมภีร์มันโยซู (Munyo Shiu)
คัมภีร์นี้ประมวลบทกวีเก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น ประกอบด้วย บทกวี 4,500 บท เป็นบทนิพนธ์ของบุคคลตำแหน่งต่างๆ ตั้งแต่พระจักรพรรดิจนถึงชาวนา บทกวีเหล่านี้มีความสำคัญมากในการแสดงถึงความรู้สึกอันยิ่งใหญ่และความรู้สึกแบบธรรมดาๆ ออกมาอย่างตรงๆ ที่สำคัญคือ ทำให้รู้ถึงความเชื่อ ขนบประเพณี และความคิดทางศาสนาของคนสมัยโบราณ
5.คัมภีร์ฟูโดกิ (Fudoki)
คัมภีร์นี้แสดงถึงภูมิศาสตร์ส่วนภูมิภาค ฝ่ายปกครองทำรายงานเสนอราชสำนักเพื่อให้พระจักรพรรดิทรงรู้นามเดิมทางภูมิศาสตร์ ความสมบูรณ์ของพื้นที่ นิทานและนิยายอันเก่าแก่แห่งท้องถิ่น
6.คัมภีร์ไตโฮรโย (Taiho ryo)
คัมภีร์นี้มีความสำคัญเท่ากับคัมภีร์กฎหมายโบราณที่สำคัญของญี่ปุ่น ข้อความในคัมภีร์นี้ให้ประโยชน์ในการเล่าให้ทราบว่า สำนักราชการแห่งไหนนับว่ามีความสำคัญสูงสุดในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการบูชาในศาสนาชินโต
7.คัมภีร์เยนงิชิกิ Yengi shiki)
คัมภีร์นี้ประมวลกฎเกณฑ์ละเอียดละออเกี่ยวกับการบริหารงานของรัฐบาล เป็นคัมภีร์รวม 50 เล่ม เนื้อหาว่าด้วยกฎมณเฑียรบาลแห่งราชสำนักพระจักรพรรดิอย่างละเอียด เช่น กล่าวถึงพระราชพิธี มารยาทเนื่องด้วยราชสำนัก ข้อปฏิบัติอันเหมาะสมตลอดจนการบริหารส่วนภูมิภาค เป็นต้น ที่นับว่าสำคัญคือ 10 เล่มแรก ในคัมภีร์นี้กล่าวถึงกฎเกณฑ์ต่างๆ เกี่ยวกับศาสนาชินโต จึงถือกันว่ามีค่ามากในการช่วยการศึกษาศาสนา กล่าวกันว่าเมื่อประกาศใช้ประมวลกฎหมายนี้ ก็เท่ากับให้กำเนิดศาสนาชินโตอย่างเป็นทางราชการเป็นลายลักษณ์อักษรตั้งแต่นั้นมา
<< top >>
พิธีกรรม
ในศาสนาชินโต สอนให้คนญี่ปุ่นประกอบพิธีกรรมคือ การไหว้เทวสถานหรือศาลเจ้าด้วยการแสดงความเคารพ การแต่งตัวให้สะอาดเข้าไปโค้งคำนับตรงหน้าศาลเจ้า หลับตาปรบมือเรียกดวงวิญญาณรับการกราบไหว้ ถ้าไม่ปรบมือก็ให้ยืนนิ่งๆ อยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงกลับออกไป
ในการบูชาเทพเจ้านั้น ข้อมุ่งหมายอันยิ่งใหญ่เพื่อให้ความเป็นไปแห่งชีวิตของผู้บูชากลมกลืนเข้ากันได้กับเทพเจ้า เมื่อได้ทำให้เทพเจ้าพอใจได้ ก็ได้ชื่อว่ากระทำสิ่งอันเป็นสวัสดิมงคล
อุปกรณ์ในการบูชา คือ เหล้าสาเก 4 ถ้วย ข้าวปั้น 16 ก้อน ปลาสด ผลไม้ที่ออกผลครั้งแรกในฤดูกาล สาหร่ายทะเลเป็นต้น
ชินโตสอนให้ชำระล้างจิตใจและร่างกายให้สะอาดว่าเป็นการลอยบาป ดังข้อความว่า บรรดาเครื่องเซ่นสรวงสังเวยให้ทิ้งลงแม่น้ำหรือทะเล เป็นการทำบาปของผู้กระทำให้ลอยน้ำไป
ในวันเทศกาลหรือวันนักขัตฤกษ์ มีขบวนแห่ มีการบรรเลงดนตรีและเต้นรำ พระมีหน้าที่ทำพิธีอ่านบทสวดเบี้องหน้าเทพเจ้าแห่งศาลเจ้าเพื่ออำนวยสวัสดิมงคล ให้เก็บเกี่ยวได้ผลดี ให้บ้านเรือนมีความสุข ให้มีผลสำเร็จในการสงคราม ให้การปกครองเป็นไปด้วยดี และให้พระจักรพรรดิทรงดำรงอยู่ในราชสมบัติยั่งยืนนาน
มีผู้ให้ข้อสังเกตว่าพระในศาสนาชินโต จะเกี่ยวข้องกับประชาชนในพิธีกรรมต่างๆก็จริง แต่จะเกี่ยวข้องเฉพาะมีชีวิตอยู่เท่านั้น ส่วนการทำพิธีเมื่อตายแล้ว เพราะในศาสนาชินโตไม่เกี่ยวข้อง แต่เป็นหน้าที่พระในพระพุทธศาสนา เพราะเหตุนี้จึงไม่เป็นการแปลกที่ชาวญี่ปุ่นนับถือศาสนาชินโตและศาสนาพุทธรวมกัน เพราะแต่ละศาสนาก็แบ่งหน้าที่ในการทำพิธีกรรมให้รับช่วงกันได้เป็นคราวๆ ไป
ความเชื่อในบรรพบุรุษ มีความสำคัญไม่น้อยกว่าความเชื่อในเทพเจ้า เขาถือว่าบุคคลจะเจริญรุ่งเรืองขึ้นด้วยประการใดๆ ก็ตาม ย่อมไม่ได้มาจากเหตุเพียงตัวเขาคนเดียว แต่เนื่องมากจากเหตุภายนอกด้วย เหตุภายนอกดังกล่าวนี้ อย่างหนึ่ง ได้แก่บรรพบุรุษของตน ซึ่งมีส่วนเกี่ยวพันกันทางสายโลหิตและสาระสำคัญของวิญญาณของคนในตระกูลเดียวกันย่อมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน นอกจากเหตุภายนอกของบรรพบุรุษแล้วเทพเจ้าก็มีส่วนสำคัญอีกแระการหนึ่ง ที่มีส่วนสร้างสรรค์ดลบันดาลให้สิ่งทั้งหลายเป็นไปอย่างนั้นอย่างนี้ การบูชาบรรพบุรุษและบูชาเทพเจ้าจึงเป็นสาระสำคัญของศาสนาชินโต ด้วย
<< top >>
นิกาย
เดิมทีการนับถือศาสนาชินโตของชาวญี่ปุ่น นับถือศาสนาเป็น 2 ลักษณะ คือ 1.ประเพณีบูชาบรรพบุรุษ 2.การครองชีวิต การปฏิบัติตามการนำทางของเทพเจ้า
การนับถือศาสนาชินโตในลักษณะนี้ยังไม่มี่นิกาย เป็นชินโตแห่งราชสำนักพระจักรพรรดิและที่มีศาลเป็นที่เคารพทั่วไป ภายหลังได้เกิดมีชินโตนิกายต่างๆ มีผู้ตั้งนิกาย มีคำสอน และคัมภีร์เกิดแยกขึ้นไปจากคัมภีร์เดิม
นิกายศาสนาชินโตแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ศาสนาชินโตของทางราชการและศาสนาชินโตที่แยกออกเป็นนิกายต่างๆ นั้น ภาษาญี่ปุ่นที่ตรงกับคำอังกฤษว่า สเตทชินโต คือ คำว่า ก๊กกะชินโต และที่ตรงกับคำอังกฤษว่า เชคทาเรียนชินโต คือ คำว่า เรียวหะชินโต
1.ก๊กกะชินโต
ก๊กกะชินโต ได้แก่ ชินโตที่เป็นของรัฐหรือทางราชการ ในสมัยก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ทางราชการของญี่ปุ่นได้แยกประเพณีทางศาสนาแห่งราชสำนักพระจักรพรรดิ และแห่งศาลเทพเจ้าออกจากประเพณีของศาสนาอื่นๆ พิธีกรรมในปูชนียสถานและการศึกษา ได้ดำเนินไปในฐานะเป็นระบบของประชาชน โดยมีรัฐบาลเข้าเกี่ยวข้องในการบริหารและควบคุมนโยบาย
วัตถุประสงค์ของการตั้งนิกายก๊กกะชินโต คือ เพื่อให้เกิดความเจริญก้าวหน้าแก่ชาติบ้านเมือง เพื่อความปลอดภัยของราชสำนักพระจักรพรรดิ เพื่อความผาสุกของประชาชน และเป็นพระที่เทพเจ้าอำนวยให้
2.เรียวหะ ชินโต
เรียวหะ ชินโต ได้แก่ ชินโตฝ่ายประชาชน หรือศาสนาชินโตที่แยกเป็นนิกายต่างๆ หรือ กลุ่มแห่งกระบวนการทางศาสนาที่อิงอยู่กับศาสนาประจำชาติของญี่ปุ่น แต่แยกนิกายหรือกลุ่มอิสระ เนื่องจากศาสนิกที่มีความรู้ทางศาสนา แต่มีแนวความคิดไม่ตรงกับหลักการศาสนาเดิม ก็ตั้งกลุ่มหรือนิกายของตนเองขึ้นมา มีด้วยกันทั้งหมดประมาณ 13 นิกาย และทั้ง 13 นิกายนั้น มีวิธีจัดประเภทเป็น 2 แบบดังนี้
แบบที่ 1 จัดเป็น 5 หมวดใหญ่ คือ
หมวดที่ 1 นิกายชินโตบริสุทธิ์ มี 3 นิกาย คือ ชินโต ฮองเกียวกุ โตเกียว รินชิเกียว และไตชาเกียว
หมวดที่ 2 นิกายชินโตผสมขงจื๊อ มีสองนิกาย คือ ชูเชหะ และโตเชเกียว
หมวดที่ 3 นิกายบูชาภูเขาเป็นเทพเจ้า มี 3 นิกาย คือ ยิกโตเกียว ฟูเชเกียว และมิตาเกะเกียว
หมวดที่ 4 นิกายทำให้บริสุทธิ์ หรือลัทธิชำระบาป มี 2 นิกาย คือ ชินชูเกียว และมิโชงิ
หมวดที่ 5 นิกายรักษาโรคด้วยความเชื่อ มี 3 นิกาย คือ ฟูโรชิเกียว คองโกเกียว และเทนริเกียว
แบบที่ 2 จัดเป็น 3 หมวดใหญ่ คือ
หมวดที่ 1 เกี่ยวเนื่องกับหลักการแห่งศาสนาชินโตโบราณ มี 3 นิกาย
หมวดที่ 2 รวมเอาศาสนาอื่นที่เข้ามาเผยแผ่ในประเทศญี่ปุ่น เข้าผสมกับศาสนาชินโตโบราณ มี 5 นิกาย
หมวดที่ 3 มีจุดรวมสำคัญอยู่ที่ผู้ตั้งนิกายใหม่ทั้งชายและหญิง มี 5 นิกาย
<< top >>