Link ==>   :: ชื่อศาสนา   :: สัญลักษณ์ศาสนา  :: ประเภทศาสนา  :: ศาสดา  :: ประวัติศาสดา  :: วันเดือนปีที่กำเนิดศาสนา
                      :: สถานที่กำเนิดศาสนา  :: เหตุเกิดศาสนา  :: หลักธรรม  :: จริยศาสตร์  :: คัมภีร์  :: พิธีกรรม  :: นิกาย
                      :: แนวคิดเรื่องนรกสวรรค์  :: แนวคิดเรื่องจุดหมายปลายทาง  :: วิธีปฏิบัติในทางศาสนา  :: จำนวนผู้นับถือศาสนา
  ศาสนาขงจื้อ

                                                                                                                                                               
   คัมภีร์    

     เกงทั้ง 5 และซูทั้ง 4
คือ คัมภีร์ของศาสนาขงจื๊อ คำว่าเกงหรือกิง คือ “สูตร” หรือแปลว่า “เล่ม” (Volume) บ้าง “วรรณคดีชั้นสูง” (Classics) บ้าง ส่วนคำว่า “ซู” แปลว่า “หนังสือตำรา” (Books) ส่วนใหญ่แห่งคำสอนของขงจื๊อเป็นเรื่องจริยธรรมและหน้าที่ผู้ปกครองและพลเมืองดี รวมทั้งส่งเสริมการศึกษา และการอาชีพ

เกงหรือกิงทั้ง 5
     1.ยิกิง (Yi-King) คัมภีร์แห่งความเปลี่ยนแปลง ว่าด้วยจักรวาล เป็นการรวบรวมตำราเก่าแก่และมีข้อเขียนของขงจื๊อเพิ่มเติม
        ขยายความบ้าง
     2.ซูกิง ( Shu-King) คัมภีร์แห่งประวัติศาสตร์กล่าวถึงเหตุการณ์และ การปกครองประเทศ ย้อนหลังไปถึงสมัยประมาณ
        2400 ปีก่อนคริสตศักราช
     3.ซีกิง (Shi-King) คัมภีร์แห่งบทกวี เช่น บทกวีในขณะทำพิธีบูชาฟ้าดิน
     4.ลิกิง (Li-King) คัมภีร์แห่งพิธีกรรม คำว่าลิกิง หรือ ลิ-กี (Li-Ki) คัมภีร์นี้มิใช่ว่าด้วยศาสนพิธีเท่านั้นแต่ยังเกี่ยวกับมารยาท
        ทางสังคมด้วย
     5.ชุนชิว (Chun-Tsiu) คัมภีร์ แห่งจดหมายเหตุฤดูใบไม้ผลิ และฤดูใบไม้ร่วง เป็นบันทึกเหตุการณ์ในแคว้นลู้ซึ่งขงจื๊ออาศัย
        อยู่ ย้ำถึงชีวิตที่ประกอบด้วยศีลธรรมของผู้ปกครอง และการปกครองโลกโดยศีลธรรมของฟ้า

     คัมภีร์ทั้ง 5 นี้ เดิมก็เป็นข้อเขียนหรือหนังสือธรรมดาแต่ต่อมาได้รับความยกย่องให้เป็นวรรณคดีชั้นสูงและเป็นหลักคำสอนด้วย

ซูทั้ง 4
     1.ต้าเซี่ยว (Ta Hsio) คัมภีร์แห่งอุดมศึกษา มีข้อความเกี่ยวกับศีลธรรม เชื่อกันว่าเป็นข้อเขียนของขงจื๊อเอง
     2.จุนยุง (Chun-Yung) “คำสอนเรื่องทางสายกลาง” มีข้อความเกี่ยวกับความรู้จักประมาณ กล่าวกันว่าเป็นข้อเขียนของ
        หลานชายขงจื๊อ อนึ่ง ทั้งต้าเซี่ยว และจุนยุง มีผู้กล่าวว่านำมาจากคัมภีร์ลิกีเพียงแต่มีคำอธิบายเพิ่มขึ้น
     3.ลุนยู (Lun-Yu) เป็นประมวลคำสอนของขงจื๊อ ซึ่งบรรดาศิษย์ของขงจื๊อรวบรวมไว้
     4.เม่งจื๊อ (Meng Tze) ข้อเขียนเกี่ยวกับขงจื๊อที่เม่งจื๊อ ซึ่งเป็นศิษย์ของขงจื๊อเขียนไว้ ในสมัยต่อมาประมาณ 100 ปี

                                                                                                                                                                  << top >>
   พิธีกรรม    

     
ขงจื๊อได้เขียนข้อสนับสนุนประเพณีโบราณไว้เป็นอันมาก รวมทั้งประเพณีในการบูชาฟ้าดิน และบูชาบรรพบุรุษด้วย ศาสนาขงจื๊อจึงรับเอาประเพณีทั้ง 2 ซึ่งมีมาแต่ก่อนหลายพันปีเข้าไว้เป็นหลักการใหญ่
     ประเพณีต่างๆ ที่สืบทอดมาแต่โบราณ ขงจื๊อก็รวบรวมเรียบเรียงไว้ และเมื่อขงจื๊อซึ่งเป็นศาสดาได้สิ้นไปแล้ว ศาสนาขงจื๊อก็อยู่ในฐานะศาสนาของรัฐ พิธีกรรมในการบูชาจึงแบ่งออกเป็น 2 อย่าง ดังนี้

          1. พิธีบูชาขงจื๊อ เริ่มต้นเมื่อปี 195 ก่อน ค.ศ. (พ.ศ. 348) พระจักรพรรดิจีนได้นำสัตว์ที่ฆ่าแล้วไปทำพิธีบูชาที่หลุมฝังศพของขงจื๊อ และมีคำสั่งเป็นทางราชการให้มีการเซ่นไหว้ขงจื๊อเป็นประจำ และให้สร้างศาลของขงจื๊อขึ้นทั่วทุกหัวเมืองที่สำคัญ แล้วทำพิธีเซ่นไหว้ ทั้งให้วันเกิดของขงจื๊อ คือวันที่ 27 สิงหาคม เป็นวันหยุดราชการประจำปีของจีน และต่อมาได้เปลี่ยนเป็นวันที่ 28 กันยายน

          2. พิธีบูชาฟ้า ดิน พระอาทิตย์ และพระจันทร์ ในปีหนึ่ง จะมีรัฐพิธี 4 ครั้ง ดังนี้
                  2.1 พิธีบูชาฟ้า กระทำกันประมาณวันที่ 22 ธันวาคม พระจักรพรรดิจะทรงเป็นประธารในพิธี ในพิธีจะมีการแสดงดนตรี การแห่โคมไฟ มีเครื่องเซ่นไหว้ เช่น อาหาร ผ้า ไหม เหล้า เป็นต้น เสร็จแล้วจะเผาเครื่องเซ่นไหว้หมด แท่นบูชาอยู่ทางทิศใต้ของกรุงปักกิ่ง ทำด้วยหินอ่อนสีขาว มีระเบียงลดหลั่นเป็นชั้น 3 ชั้น
                  2.2 พิธีบูชาดิน เป็นการบูชาธรรมชาติหรือเทพประจำธรรมชาติ ผู้ประกอบพิธีเป็นขุนนาง หรือข้าราชการ กระทำเป็นงานประจำปี ประมาณวันที่ 21 หรือ 22 มิถุนายน ที่เรียกว่า ศรีษมายัน ณ แท่นบูชา อยู่ทางทิศเหนือกรุงปักกิ่ง สถานที่บูชามีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมมีน้ำล้อมรอบ
                  2.3 พิธีบูชาพระอาทิตย์ กระทำเป็นทางราชการประจำปี ณ ที่บูชาทางประตูด้านตะวันออกของกรุงปักกิ่ง ประมาณวันที่ 21 มีนาคม ที่เรียกว่า วันวสันตวิษุวัต คือวันที่กลางคืนและกลางวันเท่ากัน ในฤดูใบไม้ผลิ
                  2.4 พิธีบูชาพระจันทร์ กระทำเป็นทางราชการประจำปี ณ ที่บูชาด้านทิศตะวันตกของกรุงปักกิ่ง ประมาณวันที่ 22 หรือ 23 กันยายนที่เรียกว่า วันศารทวิษุวัต คือวันที่กลางวันและกลางคืนเท่ากัน ในฤดูใบไม้ร่วง

     พิธีบูชาฟ้า ดิน พระอาทิตย์ และพระจันทร์ กระทำใน 4 ฤดูกาล วันเวลาไม่ตรงกัน และสถานที่ 4 ทิศ ของกรุงปักกิ่ง ประเพณีพิธีกรรมเช่นนี้ ได้ถือปฏิบัติ กันมานานหลายพันปีแล้ว มิใช่พึ่งมาปฏิบัติกันในสมัยของขงจื๊อ แต่ขงจื๊อเห็นว่า ประเพณีเหล่านี้มีประโยชน์ มีคุณค่าต่อจิตใจ เพียงปฏิบัติสืบๆ ต่อกันมา ยังมิได้มีการจดจารึกไว้เป็นเรื่องราว เมื่อขงจื๊อเขียนตำรา จึงรวบรวมประเพณีพิธีกรรมเหล่านี้เข้าไว้ด้วย เมื่อกาลเวลาผ่านไป ประเพณีเหล่านี้จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งแห่งศาสนาขงจื๊อไปด้วย

                                                                                                                                                                  << top >>
   นิกาย   

     นักการศาสนาบางกลุ่มกล่าวว่า ศาสนาขงจื๊อไม่มีนิกาย แต่แม้จะไม่ปรากฏว่ามีนิกายโดยตรง แต่ก็มีหนังสือหลายเล่มกล่าวถึงผู้นับถือศาสนาขงจื๊อพวกใหม่ หรือที่เรียกว่า Neo-Confucianism ในสมัยราชวงศ์ซุง (ค.ศ. 960 – 1279 ตรงกับ พ.ศ. 1503 – 1822) ซึ่งรับเอาความคิดในเรื่อง หยิน – หยาง ซึ่งเป็นระบบของโลก ระหว่างความมืดกับความสว่าง ความชั่วกับความดี อันเป็นของคู่กัน คือ หยินเป็นสิ่งแทนความมืดและความชั่ว ส่วนหยางเป็นสิ่งแทนความสว่างและความดี เมื่อมีคำว่าผู้นับถือศาสนาขงจื๊อใหม่ ทำให้เกิดความคิดถึงพวกที่นับถือแบบเก่า ซึ่งแตกต่างกันออกไป แต่ไม่ชัดเจนถึงขนาดจะกล่าวว่าเป็นนิกาย

                                                                                                                                                                  << top >>

<< หน้าก่อนหน้า                                                                         หน้าถัดไป >>

 >> ศาสนาคริสต์  >> ศาสนาอิสลาม  >> ศาสนาสิข  >> ศาสนาโซโรอัสเตอร์
 >> ศาสนาพุทธ  >> ศาสนาเชน  >> ศาสนาเต๋า  >> ศาสนาขงจื๊อ
 >> ศาสนาชินโต  >> ศาสนายิว  >> ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู  
 

มหามกุฏราชวิทยาลัย Mahamakut Buddish University.All rights reserved www.mbu.ac.th
powered by e-Learning Silpakorn University