Link ==>   :: ชื่อศาสนา   :: สัญลักษณ์ศาสนา  :: ประเภทศาสนา  :: ศาสดา  :: ประวัติศาสดา  :: วันเดือนปีที่กำเนิดศาสนา
                      :: สถานที่กำเนิดศาสนา  :: เหตุเกิดศาสนา  :: หลักธรรม  :: จริยศาสตร์  :: คัมภีร์  :: พิธีกรรม  :: นิกาย
                      :: แนวคิดเรื่องนรกสวรรค์  :: แนวคิดเรื่องจุดหมายปลายทาง  :: วิธีปฏิบัติในทางศาสนา  :: จำนวนผู้นับถือศาสนา
  ศาสนาเต๋า

                                                                                                                                                               
   คัมภีร์    

     
ศาสนาเต๋ามีคัมภีร์ชื่อว่า เต้าเต็กเก็ง เป็นบทกวีภาษาจีน จัดเป็นหัวข้อได้ 81 หัวข้อ เรียกชื่อคัมภีร์นี้อีกอย่างหนึ่งว่า คัมภีร์ 5,000 คำ คือบรรจุถ้อยคำในภาษาจีนไว้ประมาณ 5,000 คำ
     คัมภีร์เต้าเต็กเก็ง อาจแยกคำได้ดังนี้
               เต้า หรือ เต๋า ได้แก่ ทาง หรือมรรค
               เต็ก ได้แก่ บุญ ความดี หรือคุณธรรม
               เก็ง ได้แก่ สูตร หรือวรรณคดีชั้นสูง
     เล่าจื๊อเป็นผู้เขียนคัมภีร์เต้าเต็กเก็ง เมื่อประมาณ 2,500 ปีมาแล้ว เริ่มต้นด้วยการตอบปัญหาที่ว่า อะไรคือ หลักธรรมในคัมภีร์เต้าเต็กเก็ง คือถือว่าเต๋าเป็นคล้ายกับพลังงานอย่างหนึ่ง ที่ทำให้สิ่งทั้งหลายเกิดขึ้นเคลื่อนไหวได้ นอกจากนั้น ยังสอนให้คนมีคุณธรรม ไม่ทะเยอทะยาน ไม่โอ้อวด ไม่แข่งดีแย่งความเป็นใหญ่กัน ให้มีความสันโดษ
     เต๋าไม่ใช่พระเป็นเจ้า แต่เป็นพลังหรืออำนาจที่หลั่งไหลท่วมท้นทุกสิ่งทุกอย่าง มีความรักทะนุถนอม แต่ไม่เข้าไปเกี่ยวข้องหรือยึดสิ่งใดเป็นเจ้าของ เป็นสิ่งที่ทำงานอย่างนุ่มนวลและสงบเสงี่ยมโดยไม่ต้องพยายาม สิ่งทั้งหลายก็จะเกิดผลอย่างมีประสิทธิภาพ ให้พิจารณาตัวอย่างความเจริญก้าวหน้าไปแต่ละปีของฤดูทั้ง 4 ซึ่งดำเนินไปตามกฎเกณฑ์จากฤดูหนึ่งไปสู่ฤดูหนึ่ง ชนิดไม่ทันได้สังเกต ถึงอย่างนั้น ในแต่ละฤดูธรรมชาติทำหน้าที่ของมันอย่างเต็มที่โดยปราศจากความวุ่นวายในภาวะเช่นนี้ เต๋าทำหน้าที่เป็นประธานอย่างสงบและอย่างได้ผล (วู – เว) เพื่อให้ทุกสิ่งทุกอย่างดำเนินไปด้วยดี แต่เต๋าก็เป็นสิ่งที่พรรณนาไม่ได้ อยู่เหนือประสบการณ์ เพราะ “เต๋าที่รู้ได้ย่อมจะไม่ใช่เต๋าตัวจริง”
     คำว่า เต๋า หมายถึง ความเที่ยงแท้ (อุดมธรรม) อันสูงสุด (Ultimate Reality) ซึ่งเป็นเอกภาพ ไม่มีรูปร่าง ไม่อาจกำหนดได้โดยผัสสะ (Sense) ทั้งหลาย
ความสำคัญในคัมภีร์ “เต๋า – เตก – กิง” ตอนหนึ่ง เล่าจื๊อสอนให้เห็นความบริสุทธิ์อันยิ่งใหญ่ 3 ประการ อันบุคคลต้องถือเป็นหลักสำคัญของเต๋า คือ

     1. สาระ (Essence) หรือ รากฐานเดิม (ชิง) ข้อนี้มุ่งถึงสวรรค์ เรียกว่า วู – ซิง เทียนชุน (Wu hsing Tien Chun) หรือ เทียน –เปาชุน (Tien pao chun) แสดงโดยบุคลาธิษฐานทรงเป็นจอมโลก จอมสวรรค์ ปราศจากรูปสิงสถิตอยู่ในอาณากแห่งความบริสุทธิ์ เสมือนหยกวิเศษ อาณาจักรนี้เป็นอาณาจักรของนักบุญ

     2. พลัง (Vital Force) หมายถึง พลัง (จิ) แห่งสติปัญญา สามารถแสดงบุคลาธิษฐาน เรียกว่า วู ซี เทียนชุน (Wu – Shih ttien chun) หรือ หลิงเปาชุน (Ling – pao – chun) ทรงเป็นจอมแห่งปัญญา สถิตในอาณาจักรของความบริสุทธิ์อันสูงส่ง ปราศจากมูลเดิม

     3. วิญญาณ (Spirit) แสดงเป็นบุคลาธิษฐานเรียกว่า ฟาน – ซิง เทียนชุง (Fan – hsing tien chun) หรือ เชนเปาซุน (Shen pao Chun) เป็นจอมแห่งวิญญาณทั้งหลาย (เท่ากับพระพรหมในศาสนาพราหมณ์) ทรงสถิตอยู่ในอาณาจักรอันเป็นอมตะของอมรทั้งหลาย และเป็นผู้ทรงความบริสุทธิ์สูงยิ่ง ทรงเป็นมหาเทพ ทรงพระนามว่า ไทชิง อธิบายว่า เท่ากับตัวเล่าจื๊อ ผู้เป็นวิญญาณบริสุทธิ์ อวตารลงมาสั่งสอนมนุษย์

                                                                                                                                                                  << top >>
   พิธีกรรม    

     
เรื่องพิธีกรรมในศาสนาเต๋า เนื่องจากเล่าจื๊อไม่ได้กำหนดไว้ ต่อมานักบวชเต๋าส่วนมากปฏิบัติเกี่ยวกับเวทย์มนต์และการปลุกเสก จึงทำให้นักบวชในศาสนาเต๋า กลายเป็นที่ปรึกษา คอยกำหนดฤกษ์ยาม และวันอันเป็นมงคล ในการประกอบพิธีต่างๆ เช่น พิธีแต่งงาน พิธีฝังศพ เป็นต้น และมีคำสอนเกี่ยวกับนรก คล้ายเป็นสถานที่ชำระวิญญาณบาปให้บริสุทธิ์ได้ ซึ่งผู้ที่ได้รับการชำระก็จะหลุดพ้นไปจากนรกได้ พิธีกรรมจึงเกิดจากการประยุกต์คำสอนในศาสนาขงจื๊อและพระพุทธศาสนา

     ประเพณีกิน กินเจ (มังสวิรัติ)
     เป็นประเพณีที่ผสมผสานกันระหว่างพระพุทธศาสนากับศาสนาเต๋า ในประเพณีกินเจจะมีการอัญเชิญเทพเจ้ามาเข้าทรง มีการแสดงอภินิหารต่างๆ มากมาย แต่จุดสำคัญของการกินเจคือ การถือศีล และละเว้นการบริโภคอาหารเนื้อสัตว์ ซึ่งจะมีผลให้ปราศจากการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ที่จะนำมาบริโภคเป็นอาหาร เทศกาลกินเจ ประวัติการกินเจคือเป็นช่วงเวลาแห่งการไว้ทุกข์ 10 วัน แด่ คน 9 คน ซึ่งเป็นชาวฮั่น ที่ได้ทำการปฏิวัติต่อต้านพวกแมนจู แต่ไม่สำเร็จจึงถูกประหารชีวิตโดยการตัดคอ และโยนลงสู่แม่น้ำหลังจากนั้นก็มีเจ้ามารับวิญญาณทั้ง 9 ไป ชาวจีนจึงยกย่องให้ชายทั้ง 9 เป็นเจ้าแห่งเทศกาลกินเจ เมื่อถึงเทศกาลกินเจ ก็คือการไว้ทุกข์ให้บุคคลทั้ง 9 คน ซึ่ง เราเรียกกันว่า เจ้า วันกินเจ ก็จะไม่ตรงกันทุกปีถ้าจะดูจากปฏิทินของไทย แต่ถ้านับจากปฏิทินจีน 1 เดือนก็จะมี 29 - 30 วัน จะไม่มีวันที่ 31 วันกินเจวันแรกก็จะตรงกับวันสุดท้ายของเดือนที่แปดนับจากปฏิทินจีน ถ้าดูจากปฏิทินจีน เทศกาลกินเจก็จะตรงกันทุกปี

                                                                                                                                                                  << top >>
   นิกาย   

     เมื่อพุทธศาสนาแพร่เข้าไปในประเทศจีน ศาสนาเต๋าได้มีการผสมผสานกับพุทธศาสนาทำให้มีกลุ่มศาสนาเต๋าแยกออกไป
     ดร. เวอร์เนอร์ อิชฮอร์น แห่งมหาวิทยาลัยลอนดอน กล่าวว่า ตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 13 แห่งคริสตศักราชเป็นต้นมา มีความแตกต่างอย่างเห็นชัดระหว่างศาสนาเต๋าฝ่ายใต้กับฝ่ายเหนือ
     นิกายเซ็ง-อิ เป็นกลุ่มของผู้อยู่ทางใต้ของแม่น้ำแยงซี ซึ่งมีความเชื่อในฤทธานุภาพแห่ง “ท่านอาจารย์บนสวรรค์” (เทียนจื๊อ) เพราะฉะนั้น บางครั้งนิกายนี้จึงมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า นิกายเทียนจื๊อ ท่านอาจารย์บนสวรรค์ได้แก่ จางเต้าหลิง ซึ่งถือกันว่าเป็นบูรพาจารย์แห่งศาสนาเต๋า ดาบของท่านสามารถฆ่าภูตผีปีศาจ ซึ่งอยู่ไกลถึงพันไมล์ นิกายนี้เชื่อเรื่องคาถาอาคม เช่น ใช้คาถากันฝนตก กันฝนแล้ง ไล่ผี และเข้าทรง พวกที่นับถือนิกายนี้ มีความเป็นอยู่แบบชาวบ้านทั่วไปและมีครอบครัวต่างจากนักบวชของนิกายฝ่ายเหนือ
     นิกาย ชวน – เชน กลุ่มของผู้อยู่ทางเหนือ คำสอนของนิกายนี้คือ ควรดำรงชีพให้กลมกลืนกับธรรมชาติ รักสงบ เป็นอยู่อย่างง่ายๆ ซึ่งจะเป็นเช่นนั้นได้ก็ด้วยการครองชีพแบบนักบวช กลุ่มของนิกายนี้ส่วนใหญ่สละบ้านเรือน ออกอยู่ในวัด รับประทานอาหารเจ คือที่ไม่มีเนื้อสัตว์ อดอาหารในบางโอกาส และผู้ที่เป็นนักบวชจะแต่งงานไม่ได้ ดื่มน้ำเมาไม่ได้ มีความโน้มเอียงในการรวมศาสนาทั้ง 3 คือ เต๋า ขงจื๊อและพระพุทธศาสนาเข้าเป็นอันเดียวกัน
     นอกจาก 2 นิกายนี้แล้ว ยังมีนิกายย่อยๆ อีกหลายนิกาย ซึ่งไม่ค่อยมีความสำคัญนัก บางครั้งนิกายย่อยๆ เหล่านี้เรียกว่า นิกายลับ หรือสมาคมลับ
     ศาสนาเต๋าปัจจุบัน เป็นศาสนาของประชาชน ไม่มีประมุข หรือองค์การบริหารส่วนรวมเหมือนบางศาสนา แต่ยังมีวัด มีนักบวชชายหญิง มีศาลเจ้า มีสมาคม แพร่หลายอยู่ในกลุ่มชาวจีน แต่รูปลักษณะของศาสนาได้ผิดเพี้ยนไปจากหลักการในคัมภีร์เต้าเต็กเก็งมาก คือเน้นไปทางทรงเจ้า บูชาเจ้า เป็นลักษณะพหุเทวนิยม (นับถือพระเจ้าหลายองค์) มีการจำหน่ายเครื่องลางของขลัง ทำพิธีขับไล่ผี เป็นต้น แต่มีบางกลุ่มมีการปฏิบัติเคร่งครัดตามหลักคัมภีร์เต้าเต็กเก็ง

                                                                                                                                                                  << top >>

<< หน้าก่อนหน้า                                                                         หน้าถัดไป >>

 >> ศาสนาคริสต์  >> ศาสนาอิสลาม  >> ศาสนาสิข  >> ศาสนาโซโรอัสเตอร์
 >> ศาสนาพุทธ  >> ศาสนาเชน  >> ศาสนาเต๋า  >> ศาสนาขงจื๊อ
 >> ศาสนาชินโต  >> ศาสนายิว  >> ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู  
 

มหามกุฏราชวิทยาลัย Mahamakut Buddish University.All rights reserved www.mbu.ac.th
powered by e-Learning Silpakorn University