หลักธรรม
หลักธรรมทั่วไป มี 3 ประการ คือ
ให้เว้นความชั่วทั้งปวง ให้ทำความดี ให้ชำระจิตใจให้สะอาด หลักทั่วไปดังกล่าวนี้ ตั้งจุดศูนย์กลางอยู่ที่การปฏิบัติทางศีลธรรม และการทำจิตให้บริสุทธิ์จากกิเลส มิได้ตั้งบุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นจุดศูนย์กลาง
หลักการศึกษา มี 3 ประการคือ
1.ศีลสิกขา ศึกษาเรื่องศีล ได้แก่ การทำกายวาจาให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ถูกต้องตามวินัยจนสามารถทำลายกิเลสอย่างหยามได้
2.จิตตสิกขา คือศึกษาเรื่องจิต คือฝึกทำจิตให้สงบเป็นสมาธิ จนสามารถทำลายกิเลสชั้นกลางได้
3.ปัญญาสิกขา ศึกษาเรื่องปัญญา คืออบรมปัญญาให้เกิดขึ้น เป็นเหตุรู้จริงในเรื่องของร่างกาย จิตใจและชีวิต ไม่ติดไม่ยึด จนสามารถทำลายกิเลสประเภทละเอียดได้
การศึกษา 3 ชั้นนี้ ย่อมส่งให้ถึง วิมุติ คือ ความหลุดพ้น ได้แก่ หลุดพ้นทั้งเพลิงกิเลสและเพลิงทุกข์อันเป็นจุดมุ่งหมายที่สำคัญทางพระพุทธศาสนา
หลักสังคหวัตถุ หรือสังคมสงเคราะห์ มี 4 ประการ คือ
1.การเอื้อเฟื้อให้ปันที่เรียกว่า ทาน
2.การเจรจาอ่อนหวานไพเราะ ที่เรียกว่า ปิยวาจา
3.การบำเพ็ญประโยชน์แก่กัน ที่เรียกว่า อัตถจริยา
4.การวางตนให้เหมาะสม หรือให้เข้ากันได้กับผู้รับการสงเคราะห์ ที่เรียกว่า สมานัตตตา
หลักเรื่องทิศ 6 หรือการปฏิบัติชอบระหว่างบุคคล 6 ประเภท
1.การปฏิบัติชอบระหว่างมารดาบิดา ผู้เปรียบด้วยทิศบูรพากับบุตรธิดา
2.การปฏิบัติชอบระหว่างครูอาจารย์ ผู้เปรียบด้วยทิศทักษิณ กับศิษย์
3.การปฏิบัติชอบระหว่างมิตร ผู้เปรียบด้วยทิศอุดร กับมิตรด้วยกัน
4.การปฏิบัติชอบระหว่างภริยา ผู้เปรียบด้วยทิศประจิม กับสามี
5.การปฏิบัติชอบระหว่างสมณพราหมณ์ หรือนักบวช ผู้เปรียบด้วยทิศเบื้องบน กับชาวบ้าน
6.การปฏิบัติชอบระหว่างลูกจ้าง ผู้เปรียบด้วยทิศเบื้องต่ำ กับนายจ้าง
คำสอนข้อนี้คือให้ทุกคนปฏิบัติชอบต่อกัน อันจะทำให้อยู่ร่วมกันเป็นผาสุกในสังคมอย่างดียิ่ง
หลักของผู้มีใจสูง หรือพรหมวิหารธรรม
หลักธรรมเรื่องนี้อาจเรียกว่าเป็นหลักธรรมของผู้ใหญ่ แต่ที่ใช้คำว่าหลักของผู้มีใจสูงนั้น เพื่อให้ความชัดขึ้นว่า หลักคำสอน 4 ข้อนี้ทำจิตใจของคนให้สูงจริงๆพุทธศาสนิกชนชาวตะวันตกเรียกหลักธรรมนี้ว่า The Four Divine States of Mind (สภาพที่เป็นเทวดาของจิตใจ 4 ประการ) การตั้งชื่ออย่างนี้ เพื่อให้สมคล้องกับคำว่า พรหมวิหาร ซึ่งแปลว่า ธรรมเป็นเครื่องอยู่ของพระพรหมคือ
1. เมตตา ไมตรีจิตคิดจะให้เป็นสุข (ตรงกันข้ามกับพยาบาท)
2. กรุณา เอ็นดูหรือสงสารคิดจะช่วยให้พ้นทุกข์ (ตรงกันข้ามกับความโหดร้าย หรือความคิดเบียดเบียน)
3.มุทิตา พลอยยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดี (ตรงข้ามกับริษยา)
4.อุเบกขา วางใจเป็นกลาง (ตรงกันข้ากับลำเอียง)
ในศาสนาต่างๆก็มีคำสอนเรื่องเมตตาหรือกรุณาไว้ แต่การนำคุณธรรมของผู้มีใจสูงรวม 4 ลักษณะมาเข้าหมวดกันครบ 4 ข้อนี้ ยังมีคำสอนเป็นพิเศษอีกข้อหนึ่งที่เรียกว่าอัปปมัญญา คือให้แผ่ความเป็นผู้มีใจสูงทั้ง4 ลักษณะนี้ไปโดยไม่เจาะจง ไม่จำกัดประมาณ ไม่เลือกว่าเป็นพวกเดียวกันหรือคนละพวก ศาสนาเดียวกันหรือต่างศาสนา ชาติเดียวกันหรือต่างชาติ หรือสัตว์ดิรัจฉานก็มีส่วนได้รับเมตตากรุณาด้วยการเจริญหรือบำเพ็ญ อัปปมัญญา คือการแผ่คุณธรรมทั้ง4 ข้อไปในสัตว์หาประมาณไม่ได้ ไม่เจาะจงหรือจำกัดนี้ พุทธศาสนิกชนนิยมทำกันอยู่ทั่วไป เช่น เวลาไปฟังปาฐกถาหรือยุวพุทธิกสมาคม จะมีบทสวดให้แผ่เมตตาไปในสัตว์ทั้งปวงเป็นประจำ
หลักเอาชนะทุกข์หรือดับทุกข์ (อริยสัจ 4)
การเอาชนะทุกข์หรือดับทุกข์นี้ พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ในพระธรรมเทศนาคราวแรก เรียกว่า อริยสัจ หรือ ของจริงอย่างประเสริฐ 4 ประการ
1.ทุกข์ ผล
2.ทำให้ทุกข์เกิด เหตุ
3.ความดับทุกข์ ผล
4.ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ เหตุ
<< top >>
จริยศาสตร์
หลักจริยศาสนาหรือศีลธรรมทางพระพุทธศาสนามี 3 ขั้น คือ 1.ขั้นมูลฐาน 2.ขั้นกลาง 3.ขั้นสูง ดังนี้
ก.จริยศาสตร์ขั้นมูลฐาน เรียกว่า ศีล 5 ธรรม 5 หรือ เบญจศีล เบญจธรรม ดังต่อไปนี้
1.เว้นจากการฆ่าสัตว์หรือมนุษย์เป็นศีล มีเมตตากรุณาต่อสัตว์หรือมนุษย์เป็นธรรม
2.เว้นจากการลักฉ้อเป็นศีล เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และประกอบอาชีพสุจริตเป็นธรรม
3.เว้นจากประพฤติผิดในกามเป็นศีล สำรวมในกามเป็นธรรม
4.เว้นจากพูดปดเป็นศีล พูดจริงเป็นธรรม
5.เว้นจากการดื่มสุราเมรัยเป็นศีล มีสติสำรวมเป็นธรรม
ข.จริยศาสตร์ขั้นกลาง เรียกว่า กุศลกรรมบถ 10 ประการ ดังนี้
ทางกาย 3 ข้อ
1.เว้นจากการฆ่าสัตว์หรือมนุษย์
2.เว้นจากการลักทรัพย์
3.เว้นจากการประพฤติผิดในกาม
ทางวาจา 4 ข้อ
1.เว้นจากพูดปด
2.เว้นจากการพูดยุยงให้แตกร้าวกัน
3.เว้นจากพูดคำหยาบ
4.เว้นจากพูดเหลวไหลเพ้อเจ้อ
ทางใจ 3 ข้อ
1.ไม่โลภอยากได้ของคนอื่นมาเป็นของตน
2.ไม่คิดปองร้ายผู้อื่น หรือคิดให้เขาถึงความพินาศ
3.ไม่เห็นผิดจากทำนองคลองธรรม โดยมีความเห็นถูกต้องว่า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว มารดาบิดามีคุณ เป็นต้น
ค.จริยศาสตร์ขั้นสูง เรียกว่า อริยมรรค แปลว่า ทางอันประเสริฐ บ้างเรียกว่า มัชฌิมา ปฏิปทา แปลว่า ข้อปฏิบัติทางสายกลาง บ้าง มี 8 ประการดังนี้
1.ความเห็นชอบ คือ มีปัญญาเห็นอริยสัจ 4 ประการ
2.ความดำริชอบ คือ ดำริในการออกจากกาม ดำริในการไม่ปองร้าย ดำริในการไม่เบียดเบียน
3.การเจรจาชอบ คือ ไม่พูดปด ไม่พูดส่อเสียด ได้แก่ ยุให้แตกร้าว ไม่พูดคำหยาบ ไม่พูดเพ้อเจ้อ
4.การกระทำชอบ คือ ไม่ฆ่าสัตว์หรือมนุษย์ ไม่ลักฉ้อ ไม่ประพฤติผิดในกาม
5.การหาเลี้ยงชอบ คือ ไม่หาเลี้ยงชีพในทางที่ผิดที่มีโทษประกอบอาชีพที่ชอบธรรม
6.ความเพียรชอบ คือ เพียรระวังไม่ให้บาปเกิดขึ้น เพียรละบาปที่เกิดขึ้นแล้ว เพียรทำความดีให้เกิดขึ้น เพื่อรักษาความดีที่เกิดขึ้นแล้ว
7.การตั้งสติชอบ คือ ตั้งสติพิจารณา ร่างกาย เวทนาหรือความรู้สึกสุขทุกข์ตลอดจนไม่ทุกข์ไม่สุข จิตและธรรมรวม 4 ประการให้รู้เท่าทันเห็นทั้งความเกิดความดับ
8.การตั้งใจมั่นชอบ คือ การทำจิตใจให้สงบเป็นสมาธิอย่างแน่วแน่ ที่เรียกได้ว่า ฌาน 4
<< top >>