Link ==>   :: ชื่อศาสนา   :: สัญลักษณ์ศาสนา  :: ประเภทศาสนา  :: ศาสดา  :: ประวัติศาสดา  :: วันเดือนปีที่กำเนิดศาสนา
                      :: สถานที่กำเนิดศาสนา  :: เหตุเกิดศาสนา  :: หลักธรรม  :: จริยศาสตร์  :: คัมภีร์  :: พิธีกรรม  :: นิกาย
                      :: แนวคิดเรื่องนรกสวรรค์  :: แนวคิดเรื่องจุดหมายปลายทาง  :: วิธีปฏิบัติในทางศาสนา  :: จำนวนผู้นับถือศาสนา
  ศาสนาพุทธ


   หลักธรรม     

     หลักธรรมทั่วไป มี 3 ประการ คือ
     ให้เว้นความชั่วทั้งปวง ให้ทำความดี ให้ชำระจิตใจให้สะอาด หลักทั่วไปดังกล่าวนี้ ตั้งจุดศูนย์กลางอยู่ที่การปฏิบัติทางศีลธรรม และการทำจิตให้บริสุทธิ์จากกิเลส มิได้ตั้งบุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นจุดศูนย์กลาง

     หลักการศึกษา
มี 3 ประการคือ
     1.ศีลสิกขา ศึกษาเรื่องศีล ได้แก่ การทำกายวาจาให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ถูกต้องตามวินัยจนสามารถทำลายกิเลสอย่างหยามได้
     2.จิตตสิกขา คือศึกษาเรื่องจิต คือฝึกทำจิตให้สงบเป็นสมาธิ จนสามารถทำลายกิเลสชั้นกลางได้
     3.ปัญญาสิกขา ศึกษาเรื่องปัญญา คืออบรมปัญญาให้เกิดขึ้น เป็นเหตุรู้จริงในเรื่องของร่างกาย จิตใจและชีวิต ไม่ติดไม่ยึด จนสามารถทำลายกิเลสประเภทละเอียดได้
การศึกษา 3 ชั้นนี้ ย่อมส่งให้ถึง “วิมุติ” คือ “ความหลุดพ้น” ได้แก่ หลุดพ้นทั้งเพลิงกิเลสและเพลิงทุกข์อันเป็นจุดมุ่งหมายที่สำคัญทางพระพุทธศาสนา

     หลักสังคหวัตถุ
หรือสังคมสงเคราะห์ มี 4 ประการ คือ
     1.การเอื้อเฟื้อให้ปันที่เรียกว่า “ทาน”
     2.การเจรจาอ่อนหวานไพเราะ ที่เรียกว่า “ปิยวาจา”
     3.การบำเพ็ญประโยชน์แก่กัน ที่เรียกว่า “อัตถจริยา”
     4.การวางตนให้เหมาะสม หรือให้เข้ากันได้กับผู้รับการสงเคราะห์ ที่เรียกว่า “สมานัตตตา”

     หลักเรื่องทิศ 6
หรือการปฏิบัติชอบระหว่างบุคคล 6 ประเภท
     1.การปฏิบัติชอบระหว่างมารดาบิดา ผู้เปรียบด้วยทิศบูรพากับบุตรธิดา
     2.การปฏิบัติชอบระหว่างครูอาจารย์ ผู้เปรียบด้วยทิศทักษิณ กับศิษย์
     3.การปฏิบัติชอบระหว่างมิตร ผู้เปรียบด้วยทิศอุดร กับมิตรด้วยกัน
     4.การปฏิบัติชอบระหว่างภริยา ผู้เปรียบด้วยทิศประจิม กับสามี
     5.การปฏิบัติชอบระหว่างสมณพราหมณ์ หรือนักบวช ผู้เปรียบด้วยทิศเบื้องบน กับชาวบ้าน
     6.การปฏิบัติชอบระหว่างลูกจ้าง ผู้เปรียบด้วยทิศเบื้องต่ำ กับนายจ้าง
     คำสอนข้อนี้คือให้ทุกคนปฏิบัติชอบต่อกัน อันจะทำให้อยู่ร่วมกันเป็นผาสุกในสังคมอย่างดียิ่ง

     หลักของผู้มีใจสูง หรือพรหมวิหารธรรม

     หลักธรรมเรื่องนี้อาจเรียกว่าเป็นหลักธรรมของผู้ใหญ่ แต่ที่ใช้คำว่าหลักของผู้มีใจสูงนั้น เพื่อให้ความชัดขึ้นว่า หลักคำสอน 4 ข้อนี้ทำจิตใจของคนให้สูงจริงๆพุทธศาสนิกชนชาวตะวันตกเรียกหลักธรรมนี้ว่า The Four Divine States of Mind (สภาพที่เป็นเทวดาของจิตใจ 4 ประการ) การตั้งชื่ออย่างนี้ เพื่อให้สมคล้องกับคำว่า “พรหมวิหาร” ซึ่งแปลว่า “ธรรมเป็นเครื่องอยู่ของพระพรหม”คือ
     1. เมตตา ไมตรีจิตคิดจะให้เป็นสุข (ตรงกันข้ามกับพยาบาท)
     2. กรุณา เอ็นดูหรือสงสารคิดจะช่วยให้พ้นทุกข์ (ตรงกันข้ามกับความโหดร้าย หรือความคิดเบียดเบียน)
     3.มุทิตา พลอยยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดี (ตรงข้ามกับริษยา)
     4.อุเบกขา วางใจเป็นกลาง (ตรงกันข้ากับลำเอียง)
     ในศาสนาต่างๆก็มีคำสอนเรื่องเมตตาหรือกรุณาไว้ แต่การนำคุณธรรมของผู้มีใจสูงรวม 4 ลักษณะมาเข้าหมวดกันครบ 4 ข้อนี้ ยังมีคำสอนเป็นพิเศษอีกข้อหนึ่งที่เรียกว่า”อัปปมัญญา” คือให้แผ่ความเป็นผู้มีใจสูงทั้ง4 ลักษณะนี้ไปโดยไม่เจาะจง ไม่จำกัดประมาณ ไม่เลือกว่าเป็นพวกเดียวกันหรือคนละพวก ศาสนาเดียวกันหรือต่างศาสนา ชาติเดียวกันหรือต่างชาติ หรือสัตว์ดิรัจฉานก็มีส่วนได้รับเมตตากรุณาด้วยการเจริญหรือบำเพ็ญ “อัปปมัญญา” คือการแผ่คุณธรรมทั้ง4 ข้อไปในสัตว์หาประมาณไม่ได้ ไม่เจาะจงหรือจำกัดนี้ พุทธศาสนิกชนนิยมทำกันอยู่ทั่วไป เช่น เวลาไปฟังปาฐกถาหรือยุวพุทธิกสมาคม จะมีบทสวดให้แผ่เมตตาไปในสัตว์ทั้งปวงเป็นประจำ

     หลักเอาชนะทุกข์หรือดับทุกข์ (อริยสัจ 4)

     การเอาชนะทุกข์หรือดับทุกข์นี้ พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ในพระธรรมเทศนาคราวแรก เรียกว่า “อริยสัจ” หรือ “ของจริงอย่างประเสริฐ” 4 ประการ
     1.ทุกข์ ผล
     2.ทำให้ทุกข์เกิด เหตุ
     3.ความดับทุกข์ ผล
     4.ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ เหตุ

                                                                                                                                                                  << top >>
   จริยศาสตร์   

     หลักจริยศาสนาหรือศีลธรรมทางพระพุทธศาสนามี 3 ขั้น คือ 1.ขั้นมูลฐาน 2.ขั้นกลาง 3.ขั้นสูง ดังนี้

ก.จริยศาสตร์ขั้นมูลฐาน เรียกว่า “ศีล 5 ธรรม 5” หรือ “เบญจศีล เบญจธรรม” ดังต่อไปนี้
     1.เว้นจากการฆ่าสัตว์หรือมนุษย์เป็นศีล มีเมตตากรุณาต่อสัตว์หรือมนุษย์เป็นธรรม
     2.เว้นจากการลักฉ้อเป็นศีล เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และประกอบอาชีพสุจริตเป็นธรรม
     3.เว้นจากประพฤติผิดในกามเป็นศีล สำรวมในกามเป็นธรรม
     4.เว้นจากพูดปดเป็นศีล พูดจริงเป็นธรรม
     5.เว้นจากการดื่มสุราเมรัยเป็นศีล มีสติสำรวมเป็นธรรม

ข.จริยศาสตร์ขั้นกลาง เรียกว่า “กุศลกรรมบถ 10 ประการ” ดังนี้
     ทางกาย 3 ข้อ
          1.เว้นจากการฆ่าสัตว์หรือมนุษย์
          2.เว้นจากการลักทรัพย์
          3.เว้นจากการประพฤติผิดในกาม
     ทางวาจา 4 ข้อ
          1.เว้นจากพูดปด
          2.เว้นจากการพูดยุยงให้แตกร้าวกัน
          3.เว้นจากพูดคำหยาบ
          4.เว้นจากพูดเหลวไหลเพ้อเจ้อ
     ทางใจ 3 ข้อ
          1.ไม่โลภอยากได้ของคนอื่นมาเป็นของตน
          2.ไม่คิดปองร้ายผู้อื่น หรือคิดให้เขาถึงความพินาศ
          3.ไม่เห็นผิดจากทำนองคลองธรรม โดยมีความเห็นถูกต้องว่า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว มารดาบิดามีคุณ เป็นต้น

ค.จริยศาสตร์ขั้นสูง เรียกว่า “อริยมรรค” แปลว่า “ทางอันประเสริฐ” บ้างเรียกว่า “มัชฌิมา ปฏิปทา” แปลว่า “ข้อปฏิบัติทางสายกลาง” บ้าง มี 8 ประการดังนี้
     1.ความเห็นชอบ คือ มีปัญญาเห็นอริยสัจ 4 ประการ
     2.ความดำริชอบ คือ ดำริในการออกจากกาม ดำริในการไม่ปองร้าย ดำริในการไม่เบียดเบียน
     3.การเจรจาชอบ คือ ไม่พูดปด ไม่พูดส่อเสียด ได้แก่ ยุให้แตกร้าว ไม่พูดคำหยาบ ไม่พูดเพ้อเจ้อ
     4.การกระทำชอบ คือ ไม่ฆ่าสัตว์หรือมนุษย์ ไม่ลักฉ้อ ไม่ประพฤติผิดในกาม
     5.การหาเลี้ยงชอบ คือ ไม่หาเลี้ยงชีพในทางที่ผิดที่มีโทษประกอบอาชีพที่ชอบธรรม
     6.ความเพียรชอบ คือ เพียรระวังไม่ให้บาปเกิดขึ้น เพียรละบาปที่เกิดขึ้นแล้ว เพียรทำความดีให้เกิดขึ้น เพื่อรักษาความดีที่เกิดขึ้นแล้ว
     7.การตั้งสติชอบ คือ ตั้งสติพิจารณา ร่างกาย เวทนาหรือความรู้สึกสุขทุกข์ตลอดจนไม่ทุกข์ไม่สุข จิตและธรรมรวม 4 ประการให้รู้เท่าทันเห็นทั้งความเกิดความดับ
     8.การตั้งใจมั่นชอบ คือ การทำจิตใจให้สงบเป็นสมาธิอย่างแน่วแน่ ที่เรียกได้ว่า ฌาน 4

                                                                                                                                                                  << top >>

<< หน้าก่อนหน้า                                                                         หน้าถัดไป >>

 >> ศาสนาคริสต์  >> ศาสนาอิสลาม  >> ศาสนาสิข  >> ศาสนาโซโรอัสเตอร์
 >> ศาสนาพุทธ  >> ศาสนาเชน  >> ศาสนาเต๋า  >> ศาสนาขงจื๊อ
 >> ศาสนาชินโต  >> ศาสนายิว  >> ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู  
 

มหามกุฏราชวิทยาลัย Mahamakut Buddish University.All rights reserved www.mbu.ac.th
powered by e-Learning Silpakorn University