Link ==>   :: ชื่อศาสนา   :: สัญลักษณ์ศาสนา  :: ประเภทศาสนา  :: ศาสดา  :: ประวัติศาสดา  :: วันเดือนปีที่กำเนิดศาสนา
                      :: สถานที่กำเนิดศาสนา  :: เหตุเกิดศาสนา  :: หลักธรรม  :: จริยศาสตร์  :: คัมภีร์  :: พิธีกรรม  :: นิกาย
                      :: แนวคิดเรื่องนรกสวรรค์  :: แนวคิดเรื่องจุดหมายปลายทาง  :: วิธีปฏิบัติในทางศาสนา  :: จำนวนผู้นับถือศาสนา
  ศาสนาคริสต์

                                                                                                                                                               
   คัมภีร์    

     คัมภีร์ของศาสนานี้ชื่อ “อเวสตะ” แปลว่า “ความรู้” ภาษาของคัมภีร์ คือ ภาษาอเวสตะ เป็นภาษาใกล้เคียงกับ “สันสกฤต” คัมภีร์ อเวสตะ แบ่งออกเป็น 5 หมวดใหญ่ ดังต่อไปนี้

        1.ยัสนะ เป็นบทสวด แปลว่า บูชา เป็นหมวดที่เก่ากว่าเพื่อนและเป็นส่วนสำคัญที่สุด มีคาถากำกับอยู่ 17 คาถา กล่าวกันว่า โซโรอัสเตอร์เขียนขึ้นเอง
        2.วิสเปรัท เป็นบทอ้อนวอนต่อเทพทั้งปวง ใช้คู่กับยัสนะ
        3.เวนทิทัท แปลว่า “กฎที่เป็นปฏิปักษ์ต่อมารร้าย” เป็นระเบียบวินัยที่เกี่ยวกับพิธีกรรมของพระ นอกจากนั้นยังกล่าวถึงเรื่องของจักรวาล ประวัติศาสตร์ คำสอนเรื่องสวรรค์นรก 3 ส่วนนี้ เป็นส่วนสำคัญของคัมภีร์อเวสตะและใช้สำหรับพระแห่งศาสนานั้นโดยเฉพาะ
        4.ยัษฏส บทสวดบูชา เป็นบทกวีสำหรับใช้สวดบูชาทูตสวรรค์ 21 องค์ และวีรบุรุษแห่งศาสนาโซโรอัสเตอร์
        5.โขรท – อเวสตะ แปลว่า “อเวสตะน้อย” เป็นหนังสือคู่มือ สำหรับใช้สวดมนต์ของศาสนิกชนทั่วไป่


     คัมภีร์ของศาสนาโซโรอัสเตอร์ถือว่า พระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่คือ พระ “อหุรมัสดะ” “พระเจ้าแห่งปัญญา” เป็นผู้สร้างสรรค์สิ่งทั้งปวง และถือว่าพระยามารมีชื่อว่า “อังคระไมนฺยุ” หรือเรียกย่อว่า “อหฺริมัน”

                                                                                                                                                                  << top >>
   พิธีกรรม    

     หน้าที่ของผู้นับถือศาสนานี้โดยเฉพาะคือ นับถือพระเจ้าองค์นี้องค์เดียว บูชาไฟ ดื่มน้ำโสมหลังการบูชาแล้ว(ดื่มเฉพาะพระ) จับคนโกหก ช่วยทำกสิกรรม เป็นต้น
     ส่วนการบูชาไฟนั้น ถือว่าเป็นการบูชาแทนพระอหุรมัสดะ ถือว่าเป็นเครื่องหมายแห่งความบริสุทธิ์ ความดี และการธำรงความสว่างของโลก

-.ชาวปาร์ซีวัยรุ่นทุกคนจะต้องเริ่มต้นเข้าปฏิญาณนับถือศาสนาโซโรอัสเตอร์ เมื่ออายุครบ 7 ปี (ในอินเดีย) หรือ 10 ปี (ในอิหร่าน) และจะได้รับเสื้อและกฤชซึ่งใช้เป็นเครื่องประดับกายตลอดชั่วชีวิต
-.การทำให้มีความบริสุทธิ์มี 3 แบบ คือ พัทยับ (Padyab การชำระล้างนาหัน (Nahna การอาบ) และบารสีนัม (Barwsnum พิธีกรรมซับซ้อนกระทำในสถานที่พิเศษ)
-.การปลงอาบัติหรือการทำให้บริสุทธิ์ มีการสวดมนต์ปาเทท เป็นการกล่าวปฏิญาณว่า จะไม่ทำบาปหรือทำชั่วอีก และสารภาพบาปต่อหน้าพระชั้นทัสทุร หรือพระชั้นธรรมดา ถ้าหากไม่มีพระชั้นทัสทุร หรือพระชั้นธรรมดาถ้าหากไม่มีพระชั้นทัสทุร
-.พิธีกรรมที่สำคัญได้แก่ พิธียัสนะ เป็นพิธีบวงสรวงพระเจ้าด้วยโสม (Haoma เหล้าศักดิ์สิทธิ์) เป็นพิธีจัดทำขั้นหน้ากองไฟ แล้วสวดมนต์จากบทสวดในคัมภีร์อเวสตาเป็นส่วนใหญ่ และยังมีการเซ่นสังเวยด้วยขนมปังและนม
-.ไฟศักดิ์สิทธิ์จะต้องรักษาไม่ให้ดับตลอดกาล และจะต้องเก็บเชื้อไฟอย่างน้อยวันละ 5 ครั้ง ผู้สวดมนต์บูชาไฟจะต้องสวดวันละ 5 ครั้ง การติดไฟใหม่มีพิธีกรรมที่ซับซ้อน นอกจากนั้นแล้ว ยังมีพิธีกรรมสำหรับการทำความบริสุทธิ์ และการจัดไฟใหม่อีกด้วย

                                                                                                                                                                  << top >>
   นิกาย   

นิกายที่สำคัญของศาสนาโซโรอัสเตอร์มี 2 นิกาย คือ

   1.นิกายชหันชหิส นิกายนี้ถือคัมภีร์ที่ว่าด้วยการที่พระเจ้าแจ้งเรื่องราวต่างๆ ลงมาทางศาสดาโซโรอัสเตอร์เป็นสำคัญ ซึ่งคัมภีร์ดังกล่าวเป็นคัมภีร์ที่เกิดขึ้นใหม่ในสมัยต้นศตวรรษที่ 3 ได้มีการแปลคัมภีร์ของศาสนาโซโรอัสเตอร์นี้เป็นภาษาปาลวี ซึ่งใช้ในเปอร์เซียสมัยนั้น ชื่อว่า คัมภีร์เมนอกีขรัท

   2.นิกายกัทมิส นิกายนี้ยึดมั่นในคัมภีร์ที่ว่าด้วยพิธีกรรมต่างๆ อันได้แก่ คัมภีร์ชะยิต-เน-ชะยิต ซึ่งเกิดในสมัยเดียวกันกับคัมภีร์เมนอกีขรัท

   กษัตริย์ในอิหร่านก็ทรงนับถือ นักบวชของศาสนาคือ มากี หรือมายี ได้นำเอาคำสอนออกเผยแผ่ในต่างประเทศ เช่น เมโสโปเตเมีย (อิรัก) ไอยคุปต์ ซีเรีย แต่เข้าอินเดียไม่ได้เพราะอินเดียมีศาสนาของตนเองที่มั่นคงแล้ว และขัดความรู้ในเรื่องนับถือพระเจ้าหลายองค์ของอินเดีย ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 217 กองทัพพระเจ้าอเล็กซานเดอร์แห่งกรีช ได้ยกทัพรบและมีชัยต่ออิหร่านได้ทำลายคำสอนที่จารึกไว้เป็นอันมาก เมื่อกรีช เสื่อมอำนาจลง ในราว พ.ศ. 843 นักบวชในศาสนาได้ฟื้นฟูศาสนาขึ้นมาใหม่ แต่อยู่ได้ระยะหนึ่ง พอถึง พ.ศ. 1180 กองทัพอิสลามได้ยกมาย่ำยีอิหร่าน บังคับให้นับถือศาสนาอิสลาม พวกที่มั่นคงในศาสนาโซโรอัสเตอร์ได้หนีไปอินเดีย พวกนี้กับพวกมุสลิมเป็นศัตรูกันรุนแรงมาก จนในคัมภีร์ของอิสลามต้องเพิ่มขุมนรกอีกขุมหนึ่งสำหรับพวกนี้โดยเฉพาะ เรียกขุมนรกนี้ว่า ปารซี พวกที่ไปอินเดียต้องปฏิบัติตามชาวฮินดูบางอย่าง เช่น เปลี่ยนเครื่องแต่งกายใหม่ ไม่ฆ่าวัว เป็นต้น แต่ยังนับถือพระเจ้าองค์เดียว ยังสวดมนต์ภาษาเดิม คือภาษาเซนตฺ แต่ไม่รู้ความแปล จะมีผู้รู้ก็เพียงพระไม่กี่รูป
   ศาสนานี้แม้อยู่ในฐานะนี้ ก็ยังแยกเป็น 2 นิกาย คือ พวกเก่ากับพวกใหม่ เพราะเหตุคือใช้ ปฏิทินไม่เหมือนกัน คือพวกหนึ่งใช้แบบเก่า ซึ่งไม่มี อธิกมาส อีกพวกหนึ่งใช้แบบใหม่ คือ มีอธิกมาส

                                                                                                                                                                  << top >>

<< หน้าก่อนหน้า                                                                         หน้าถัดไป >>

 >> ศาสนาคริสต์  >> ศาสนาอิสลาม  >> ศาสนาสิข  >> ศาสนาโซโรอัสเตอร์
 >> ศาสนาพุทธ  >> ศาสนาเชน  >> ศาสนาเต๋า  >> ศาสนาขงจื๊อ
 >> ศาสนาชินโต  >> ศาสนายิว  >> ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู  
 

มหามกุฏราชวิทยาลัย Mahamakut Buddish University.All rights reserved www.mbu.ac.th
powered by e-Learning Silpakorn University