Link ==>   :: ชื่อศาสนา   :: สัญลักษณ์ศาสนา  :: ประเภทศาสนา  :: ศาสดา  :: ประวัติศาสดา  :: วันเดือนปีที่กำเนิดศาสนา
                      :: สถานที่กำเนิดศาสนา  :: เหตุเกิดศาสนา  :: หลักธรรม  :: จริยศาสตร์  :: คัมภีร์  :: พิธีกรรม  :: นิกาย
                      :: แนวคิดเรื่องนรกสวรรค์  :: แนวคิดเรื่องจุดหมายปลายทาง  :: วิธีปฏิบัติในทางศาสนา  :: จำนวนผู้นับถือศาสนา
  ศาสนาสิข


   หลักธรรม     

     หลักธรรมคือ ให้จงรักภักดีต่อพระเจ้าอย่างที่สุดและให้ถือว่าทุกคนเป็นพี่น้องกัน ศาสนานี้สอนให้มีเมตตากรุณาต่อเพื่อนมนุษย์ รวมไปถึงสัตว์ด้วย เว้นการกินเนื้อสัตว์ ทรมานสัตว์ ให้บำเพ็ญทาน อดทนเพื่อทำกิจอันเป็นประโยชน์ ต้องปฏิบัติตนให้ถึงความบริสุทธิ์ ให้สามารถรวมเข้ากับภาวะของพระเจ้า ถ้ายังไม่ถึงก็ใช้กรรมไปก่อน การเกิดใหม่มีจริง ผู้ใดทำกรรมใดไว้ ผู้นั้นต้องรับสนองเช่นนั้น พระเจ้าทรงสร้างคนให้มีทั้งคนดีและคนชั่ว แต่คนชั่วนั้นตายไปแล้วจะไม่กลับมาเกิดเป็นคน จะไปเกิดเป็นสัตว์ คนจะเข้าถึงพระเจ้าทีเดียวไม่ได้ ต้องเข้าหาคุรุ คือปฏิบัติตามคำสอนของพระเจ้าด้วยการศึกษาคุรุหรือศึกษาชีวิตของคุรุ เพื่อเป็นแบบอย่างสำหรับปฏิบัติ คุรุนานักสอนว่า ศาสนานี้มิได้ขึ้นอยู่กับจีวรปะอย่างโยคี ไม้เท้าอย่างฤษี เถ้าถ่านอย่างดาบส และมิได้ขึ้นอยู่กับการเป่าสังข์ ผู้ปรารถนาจะเห็นความบริสุทธิ์ จะต้องอยู่ท่ามกลางบาป แต่ทำตัวให้พ้นบาป
     ศาสนาสิขสอนว่า ที่มาแห่งความชั่วนั้นมิใช่อื่นไกล ที่แท้ก็คือ “อหังการ” หรือความรู้สึกยึดถือตัวตน
ซึ่งพระเจ้าได้ใส่ไว้ให้ดวงจิตนั่นเอง เมื่อเรายอมรับตัวเองต่อพระประสงค์ของพระเจ้า อหังการนั้นก็กลายเป็นพรแทนความสาปแช่ง คนเราไม่ควรมีความรู้สึกเรื่องอหังการจนเกินไป เพราะเมื่ออหังการมีมาก ก็จะกลายเป็นเครื่องกั้นระหว่างมนุษย์กับพระเจ้า มนุษย์ก็จะท่องเที่ยวจากบาปอย่างหนึ่งไปสู่บาปอย่างอื่น
     ศาสนาสิขสอนให้ประกอบกรรมดี เพราะ “คนเราจะใกล้กับพระเจ้าโดยอธิบายว่า นิรฺวาณนั้นอันบุคลอาจบรรลุได้ด้วยการเพ่งพระเจ้า มีความจงรักภักดีและศรัทธา เปล่งวาจาอยู่เสมอถึงพระนามของพระองค์ และโดยการปฏิบัติตามคำสั่งสอนของคุรุหรือศาสดาแห่งศาสนานั้น”
     ชาวสิขเชื่อว่าวิญญาณของคุรุหรือศาสดา จะอยู่กับพวกเขาเสมอ และช่วยให้ที่ประชุมได้รับความบริสุทธิ์สะอาด “คุรุเป็นสิข และสิขเป็นผู้ปฏิบัติตามถ้อยคำของคุรุย่อมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับคุรุ”
     ที่นั่งของคุรุต่ำกว่าพระคัมภีร์ทางศาสนา หมายความว่า จะประดิษฐานคัมภีร์ไว้ในที่สูงเสมอ”
     คำสอนที่เป็นมูลฐานอย่างสำคัญของศาสนาสิข คือความเป็นหนึ่งของพระเจ้า และความเป็นเพื่อนกันของมนุษย์ ความรัก พระเจ้าและรักคุรุคือศาสดาทางศาสนา อุดมคติอันสูงสุดมิใช่เพื่อได้ไปอยู่ในสวรรค์ แต่
เพื่อได้ไปอยู่ในสวรรค์ เพื่อพัฒนาสาระสำคัญที่มีอยู่ในตัวคนเพื่อให้คนผู้นั้นหลอมตัวเข้าเป็นอันเดียวกับพระเจ้า
     “จงลุกขึ้นแต่เช้าตรู่ ทำจิตใจของท่านให้เต็มไปด้วยความรักในพระเจ้า จงให้ทานเสมอ จงพูดคำสุภาพอ่อนโยน จงถ่อมตน จงทำดีต่อผู้อื่น อย่ากินหรือนอนให้มากเกินไป จงใช้จ่ายเฉพาะส่วนที่ท่านหามาได้ด้วยมือของท่านเอง กลางคืนและกลางวันจงพยายามอยู่กับคนดี จงร่วมกับคนเหล่านั้นสวดบทสรรเสริญของคุรุ” (จากหนังสือเตชสิงห์)

   ศีล คุรุโควินทสิงห์ตั้งกฎไว้อย่างหนึ่ง เรียกว่า ศีล 5 อันขึ้นต้นด้วยอักษร ก. คือ
       1. เกศา คือ เอาไว้ ผม หนวด เครา โกนตัดไม่ได้
       2. กุงคา (กังฆา) มีหวีสับผมเสมอ ขาดไม่ได้
       3. กรัท ต้องมีดพกประจำตัว (บางแห่งเป็นกะระ คือ มีกำไลเหล็กสวมข้อมือ)
       4. กริปาน มีดาบประจำตัว
       5. กัจฉา นุ่งกางเกงในประจำ
   และมีรหัสอีก 4 คือ
       1. ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มน้ำเมา
       2. ไม่บริโภคเนื้ออย่างอิสลาม
       3. ไม่ตัดผม ไม่โกนหนวด
       4. ไม่แต่งงาน ไม่ร่วมประเพณีกับมุสลิม

                                                                                                                                                                  << top >>
   จริยศาสตร์   
     ศาสนาสิขย้ำมากในเรื่องความจงรักภักดีต่อพระเจ้าคัมภีร์ของศาสนาสิขเกือบไม่มีเรื่องอื่นนอกจากข้อความพรรณนาเรื่องพระเจ้า จริยศาสตร์ต่อไปนี้ ย่อมแสดงว่า ศาสนาสิขรับรองความดีความชั่วทั่วไปดังที่มีในคำสอนทั้งหลาย
     “ ไม่มีตบะใด ยิ่งใหญ่กว่าความอดทน ไม่มีความสุขใดจะยิ่งใหญ่กว่าความสนโดษ ไม่มีความชั่วใดจะยิ่งใหญ่กว่าความโลภ ไม่มีบุญใดจะยิ่งใหญ่กว่าความกรุณา ไม่มีอาวุธใดจะมีอำนาจยิ่งกว่าการให้อภัย คนหว่านพืชเช่นในก็เก็บเกี่ยวผลเช่นนั้น ถ้าเขาหว่านความทุกข์ก็จะเป็นผลเก็บเกี่ยวของเขา ถ้าคนหวานยาพิษ เขาก็ไม่อาจหวังอาหารทิพย์ได้เลย ”
     “ บุคคล ควร ระมัดระวังแม้แต่ปาบที่ทำไปโดยมิได้รู้สึกตัว ”
                                                                                                                         (คำของเตฆพหทุระ ศาสดาองค์ที่ 9 ของสิข)
     “บุคคลไม่พึงก้าวขึ้นเตียงแห่งภริยาของคนอื่นแม้ในความฝัน
                                                                                                                         (คำของเตฆพหทุระ ศาสดาองค์ที่ 9 ของสิข)

                                                                                                                                                                  << top >>

<< หน้าก่อนหน้า                                                                         หน้าถัดไป >>

 >> ศาสนาคริสต์  >> ศาสนาอิสลาม  >> ศาสนาสิข  >> ศาสนาโซโรอัสเตอร์
 >> ศาสนาพุทธ  >> ศาสนาเชน  >> ศาสนาเต๋า  >> ศาสนาขงจื๊อ
 >> ศาสนาชินโต  >> ศาสนายิว  >> ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู  
 

มหามกุฏราชวิทยาลัย Mahamakut Buddish University.All rights reserved www.mbu.ac.th
powered by e-Learning Silpakorn University