หลักธรรม
หลักธรรมคำสอนของศาสนาอิสลาม เกิดจากการผสมผสานของกฎบัญญัติภาคปฏิบัติในพระคัมภีร์อัลกุรอาน กับวัตรปฏิบัติส่วนพระองค์ของพระมูฮัมมัด ชาวมุสลิมถือว่า ผู้นับถือศาสนาอิสลามจะบังเกิดผลดีอย่างแท้จริงต้องปฏิบัติตามหลักธรรมอิสลาม หลักธรรมส่วนหนึ่งได้กล่าวไว้แล้วในตอนกล่าวถึงคัมภีร์อัลกุรอาน หลักธรรมที่มุสลิมควรประพฤติ มีดังนี้
1.ข้อควรเว้นทางกาย
1.1 ไม่กราบไหว้รูปเคารพ
1.2 ไม่ดูหมิ่นคัมภีร์อัลกุรอานและคำสั่งสอนของพระมูฮัมมัด
1.3 ไม่เอนเอียงไปทางศาสนาอื่น
1.4 ไม่ทำความสกปรกให้เกิดแก่พระคัมภีร์อัลกุรอานและพระนามพระอัลเลาะห์
1.5 ไม่ประพฤติตนเป็นอุปสรรคลต่อผู้ประสงค์จะนับถือศาสนาอิสลาม
1.6 ไม่แสดงกิริยาท่าทางอันเกี่ยวกับพิธีกรรมของศาสนาอื่น ฯลฯ
2.ข้อควรเว้นทางวาจา
2.1 ไม่พูดว่า ตนได้เคยเห็นพระอัลเลาะห์
2.2 ไม่พูดว่า ตนเคยสนทนากับพระอัลเลาะห์
2.3 ไม่พูดว่า พระอัลเลาะห์ทรงมีความงดงาม
2.4 ไม่ยกเอาพระนามพระอัลเลาะห์มาอ้างในการกระทำอันไม่ควร
2.5 ไมม่กล่าวหาหรือนินทาบรรดาพี่น้องมุสลิมว่าเป็นผู้ปฏิบัตินอกลู่นอกทาง
2.6 สิ่งที่ทำไม่ได้อย่าพูดว่าทำได้ สิ่งที่ทำได้อย่าพูดว่าทำได้ ฯลฯ
3.ข้อควรเว้นทางใจ
3.1 ไม่สงสัยพระอัลเลาะห์ว่าเป็นผู้สร้างทุกสิ่งจริงหรือไม่
3.2 ไม่สงสัยความเป็นศาสนทูตของพระมูฮัมมัด
3.3 ไม่ส่งสัยว่าพระคัมภีร์อัลกุรอานไม่ใช่บทบัญญัติของพระอัลเลาะห์
3.4 ไม่สงสัยว่าหลังจากมีพระมูฮัมมัดและจะมีศาสนทูตอื่นๆ อีก
3.5 ไม่ครุ่นคิดว่าจะเลิกนับถือศาสนาอิสลาม
3.6 ไม่สงสัยเรื่องพิธีกรรมต่างๆ ฯลฯ
4.ข้อที่มุสลิมทุกคนไม่ควรปฏิบัติ
4.1 ปฏิเสธไม่ยอมเชื่อพระอัลเลาะห์ ไม่ยอมเชื่อคุณสมบัติของพระองค์
4.2 ฆ่าตัวตาย รวมทั้งฆ่าผู้อื่น
4.3 ไม่มีความเป็นธรรม ทรมานสัตว์ ทำให้ผู้อื่นเกิดทุกข์ คบหาสมาคมกับคนพาล
4.4 อกตัญญูต่อพ่อแม่ แม้เพียงกิริยาไม่สุภาพ
4.5 มีชู้ ร่วมรักโดยไม่ถูกต้องตามหลักทางศาสนาอิสลาม
4.6 ดื่มสุรา เสพของมึนเมา ฯลฯ
5.ข้อที่มุสลิมทุกคนควรปฏิบัติ
5.1 กตัญญูและรักบิดา มารดา
5.2 เคารพอ่อนน้อมต่อผู้มีเกียรติและอาวุโส
5.3 เมตตาสงสารและอุปการะผู้ที่ต่ำกว่า
5.4 รู้จักเอาใจซึ่งกันและกันและเอาใจเขามาใส่ใจเรา
5.5 ประพฤติดีต่อเพื่อนบ้านใกล้เคียง
5.6 รักใคร่กลมเกลียวระหว่างญาติพี่น้อง ฯลฯ
<< top >>
จริยศาสตร์
1.ถ้อยคำที่ให้อภัยอย่างอ่อนหวาน ย่อมดีกว่าการให้ทานแล้วทำร้ายทีหลัง
(ซูเราะห์ที่ 2:263)
2.ถ้าเจ้าประกาศการให้ทานของเจ้า นั่นเป็นการดี แต่ถ้าเจ้าปกปิดการให้ทานของเจ้าและให้แก่คนยากจน ก็จะเป็นการดีกว่านั้น ทั้งจะเป็นการไถ่โทษสำหรับการกระทำชั่วบางอย่างของเจ้าของด้วย พระอัลเลาะฮ์ทรงรู้ถึงสิ่งที่เจ้าทำ
(ซูเราะห์ที่ 2:271)
3.อย่าเอาความจริงไปสับสนกับความเท็จอย่าปิดบังความจริง ทั้งที่รู้อยู่ จงตั้งการบูชา จงจ่ายค่าช่วยเหลือคนจน จงก้มศีรษะให้แก่เจ้าจงยินดีความเป็นธรรมที่มีอยู่ในหมู่มนุษย์ในเมื่อเจ้าลืมไป (ที่จะประพฤติด้วยตนเอง) ดูก่อนผู้อ่านพระคัมภีร์ เจ้าไม่มีความเข้าใจเลยหรือ?
(ซูเราะห์ที่ 2:42,43,44)
4.อย่าบูชาผู้ใดเว้นแต่อัลเลาะฮ์จงเป็นคนดีต่อมารดาบิดา ต่อญาติ ต่อเด็กกำพร้า และคนที่ยากจน จนพูดไพเราะต่อมนุษยชาติ จงตั้งการบูชา และจ่าค่าช่วยเหลือคนจน
(บางตอนของซูเราะห์ที่ 2:83)
5.เป็นการไม่ชอบธรรม ที่เจ้าจะหันหน้าไปทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ผู้ที่เชื่อในพระอัลเลาะฮ์, ในวันสุดท้าย, ในพระคัมภีร์, และในศาสดาพยากรณ์ ผู้ที่บริจาคทรัพย์ของตนด้วยความรักในพระองค์ (อัลเลาะฮ์) แก่หมู่ญาติ แก่เด็กกำพร้า แก่คนจน แก่คนเดินทาง แก่คนที่ขอ และเพื่อปล่อยทาสให้เป็นไท จึงเป็นบุคคลผู้ถูกต้อง และผู้ที่ประกอบการบูชาอันสมควร และจ่ายค่าช่วยเหลือคนจน (ก็เป็นผู้ถูกต้อง) บุคคลผู้รักษาสัญญา เมื่อได้ทำเอาไว้แล้วและผั้ที่อดทนในความทุกข์ยากในความตกต่ำ และในยามคับขัน บุคคลเช่นนั้นชื่อว่าผู้กลัวพระเจ้า
(ซูเราะห์ที่ 2:177)
6.จงอย่าโลภสิ่งของซึ่งพระอัลเลาะฮ์ทรงทำให้บุคคลบางคนยิ่งกว่าคนอื่น ไม่ว่าชายหรือหญิงซึ่งทำมาหาได้จากโชคของเขา (อย่าริษยากันและกัน) แต่จงขอความกรุณาต่อพระอัลเลาะฮ์โอ! พระอัลเลาะฮ์เป็นผู้รู้สิ่งทั้งปวงตลอดกาล
(ซูเราะห์ที่ 4:32)
7.ดูก่อนผู้มีศรัทธา! จงดำรงมั่นในความยุติธรรม จงเป็นพยานของอัลเลาะฮ์แม้ว่าเรื่องนั้นจะกระทบกระเทือนต่อตัวเจ้าของ ต่อมารดาและบิดา หรือต่อญาติไม่ว่าจะเป็นคดีของคนมีหรือคนจน เพราะว่าอัลเลาะฮ์ทรงอยู่ใกล้ คนทั้งสองประเภท (ยิ่งกว่าเจ้า) ฉะนั้นจงอย่าตามหลังความชั่ว เกลือกว่าเจ้าจะพลาดพลั้ง ถ้าเจ้าพลาดพลั้งหรือล่มจม พระอัลเลาะฮ์ทรงรู้สิ่งที่เจ้าทำอยู่เสมอ
(ซูเราะห์ที่ 4:135)
8.ผู้ใดก็ตามที่ประกอบกรรมชั่ว ย่อมชื่อว่าทำความชั่วเพื่อเป็นปฏิปักษ์ต่อตนเองเท่านั้น พระอัลเลาะฮ์ทรงรู้และฉลาดเสมอ
(ซูเราะห์ที่ 4:111)
9.ดูก่อนผู้มีศรัทธา! สุราและการพนันเป็นสิ่งชั่วที่เป็นฝีมือของพญามารจงละทิ้งเสียเพื่อว่าเจ้าจะเจริญ.
(ซูเราะห์ที่ 5:90)
10.(อาหาร) ที่ห้ามสำหรับเจ้า คือเนื้อสัตว์ที่ตายเอง เลือด เนื้อหมู สิ่งที่อุทิศแก่ผู้อื่นนอกจากพระอัลเลาะฮ์ เนื้อสัตว์ที่ถูกรัดคอตาย ถูกตีตาย ตกจากที่สูงที่ถูกขวิดด้วยเขาสัตว์ ที่ถูกสัตว์ป่ากัดกิน (ไปบางส่วน) เว้นไว้แต่เนื้อสัตว์ซึ่งเจ้าสามารถฆ่าเองได้ สิ่งที่บูชายัญแก่รูปเคารพ และที่แบ่งได้มาโดยใช้ลูกศรเสี่ยงโชค12 เป็นของพึงรังเกียจ
(ส่วนหนึ่งแห่งซูเราะห์ที่ 5:3)
11.จงกินแต่สิ่งซึ่งได้ออกนามพระอัลเลาะฮ์เหนือสิ่งนั้น ถ้าเจ้าเชื่อในโองการของพระองค์
(ซูเราะห์ที่ 4:119)
12.สำหรับขโมย ไม่ว่าหญิงหรือชายจงตัดมือของมันเสีย นั่นเป็นสิ่งตอบแทนแห่งการกระทำของมันเองเป็นการลงโทษ เพื่อให้เป็นเยี่ยงอย่างจากพระอัลเลาะฮ์ พระอัลเลาะฮ์ทรงเป็นผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ฉลาด
(ซูเราะห์ที่ 5:38)
13.จงต่อสู้ในทางของพระอัลเลาะฮ์ ต่อผู้ที่ต่อสู้เจ้า แต่จงอย่าก่อการสู้รบ (ก่อน) โอ! พระอัลเลาะฮ์ไม่ทรงรักผู้รุกราน
(ซูเราะห์ที่ 2:190)
14.และจงฆ่ามันในทุกแห่งที่เจ้าพบมัน จงขับมันออกจากที่ที่มันขับเจ้าออก เพราะการบีบคั้นทางศาสนา (PERSECUTION) เป็นการร้ายแรงยิ่งกว่าการฆ่าอน่าต่อสู้กับมันในสถานศักดิ์สิทธิ์สำหรับการบูชา จนกว่ามันจะโจมตีพวกเจ้าก่อนในที่นั่น แต่ถ้ามันโจมตีพวกเจ้า (ในที่นั่น) ก็จงฆ่ามันเสีย นั้นคือสิ่งตอบแทนสำหรับผู้ไม่เชื่อ
(ซูเราะห์ที่ 2:191)
15.แต่ถ้ามันหยุดต่อสู้ พระอัลเลาะฮ์ก็ทรงเป็นผู้ให้อภัย, มีพระกรุณา
(ซูเราะห์ที่ 2:192)
16.จงอย่าต่อสู้มันจนกว่าการบีบคั้นทางศาสนา จะไม่มีอีกต่อไป และจนกว่าศาสนาจะเป็นไปเพื่อพระอัลเลาะฮ์ แต่ถ้ามันหยุดต่อสู้ ก็อย่าให้มีการสู้รบอีกต่อไป เว้นไว้แต่กับบุคคลผู้กระทำความผิด
(ซูเราะห์ที่ 2:193)
<< top >>