Link ==>   :: ชื่อศาสนา   :: สัญลักษณ์ศาสนา  :: ประเภทศาสนา  :: ศาสดา  :: ประวัติศาสดา  :: วันเดือนปีที่กำเนิดศาสนา
                      :: สถานที่กำเนิดศาสนา  :: เหตุเกิดศาสนา  :: หลักธรรม  :: จริยศาสตร์  :: คัมภีร์  :: พิธีกรรม  :: นิกาย
                      :: แนวคิดเรื่องนรกสวรรค์  :: แนวคิดเรื่องจุดหมายปลายทาง  :: วิธีปฏิบัติในทางศาสนา  :: จำนวนผู้นับถือศาสนา
  ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู

                                                                                                                                                                
   ประวัติศาสดา    

     ศาสนาพราหมณ์ – ฮินดู ไม่มีศาสดาจริงจังเหมือนศาสนาอื่น แต่มีหัวหน้าลัทธิหรือผู้แต่งตำรา ทำหน้าที่คล้ายศาสดา โดยประวัติย่อของหัวหน้าลัทธิและผู้แต่งตำรา มีดังนี้
     1. วยาสะ ท่านผู้นี้เป็นผู้เรียบเรียงคัมภีร์พระเวท คัมภีร์อิติหาสะและคัมภีร์ปุราณะ
     2. วาลฆีกิ เป็นฤษีผู้แต่งมหากาพย์รามายณะ ท่านเป็นพราหมณ์โดยกำเนิด แต่ถูกพ่อแม่ทิ้งตั้งแต่ยังเล็กพวกชาวนาได้นำไป
          เลี้ยงไว้
     3. โคตมะ หรือ เคาตมะ ผู้ตั้งลัทธินยายะ เกิดประมาณ 550 ปีก่อน ค.ศ.
     4. กณาทะ ผู้ตั้งลัทธิไวเศษิกะ เกิดประมาณศตวรรษที่ 3 ก่อน ค.ศ
     5. กปิละ ผู้ตั้งลัทธิสางขยะ เกิดในสมัยศตวรรษที่ 6 ก่อน ค.ศ
     6. ปตัญชลี ผู้ตั้งลัทธิโยคะ เกิดในสมัยศตวรรษที่ 3 หรือ 4 ก่อน ค.ศ
     7. ไชมินิ ผู้ตั้งลัทธิมีมางสา หรือปูรวมีทางสา เกิดในสมัยศตวรรษที่ 6-2 ก่อน ค.ศ
     8. มนูหรือมนุ ผู้แต่งคัมภีร์ธรรมศาสตร์ เกิดในศตวรรษที่ 5 ก่อน ค.ศ.
     9. พาทรายณะ ผู้ตั้งลัทธิเวทานะหรือ อุตรมีมางสา มีผู้กล่าวว่าเป็นคนเดียวกับวยาสะ เกิดระหว่างศตวรรษที่ 6-2 ก่อน ค.ศ.
     10. จารวากะ ผู้ตั้งลัทธิโลกายะ หรือวัตถุนิยม ไม่มีประวัติแน่นอน
     11. ศังกราจารย์ ผู้แต่งอรรถกถา หรือคำอธิบายลัทธิเวทานะ เกิดระหว่างปี ค.ศ. 788-820 และเป็นผู้ตั้งลัทธิอไทวตะ หรือ
           เอกนิยมคือนิยมพระเจ้าองค์เดียว
     12. นาถมุนี เป็นผู้นำคนแรกของลัทธิไวษณวะ อยู่ในช่วงระหว่าง ค.ศ. 824-924
     13. รามานุชาจารย์ ถือว่าเป็นคนแรกของลัทธิไวษณวะ และเจ้าของปรัชญาวิศิษฏาทไวตะเกิดปี ค.ศ. 1027
     14. มัธวาจารย์ เป็นผู้นำท่านหนึ่งแห่งลัทธิไวษณะวะ และเจ้าของปรัชญา ทไวตะ หรือ ทวินิยม อยู่ในช่วงระหว่าง
           1199-1277
     15. ลกุลีศะ (สมัยของท่านนี้ยังไม่แน่นอน) เป็นอาจารย์ใหญ่แห่งนิกายไศวะ ฝ่ายใต้ผู้ตั้งนิกายปศุปตะ
     16. วสุคุปตะ เป็นผู้ตั้งลัทธิไศวะฝ่ายเหนือที่เรียกว่า กาษปีรไศวะ (อยู่ระหว่างศตวรรษที่ 9 แห่ง ค.ศ.)
     17. รามโมหัน รอย เป็นผู้ตั้งพรหมสมาช (สมาคม) อยู่ระหว่างปี ค.ศ. 1774-1833
     18. สวามีทะยานัน สรัสวดี เป็นผู้ตั้งอารยสมาช อยู่ระหว่างปี ค.ศ. 1824-1833
     19. รามกฤษณะ เป็นผู้นำทางความรู้และการปฏิบัติ เป็นผู้จัดให้มีขบวนการรามกฤษณะมิชชัน แม้ท่านจะไม่ได้ตั้งขึ้นเอง แต่
           สวามีวิเวกานันทะ สรัสวดี ก็ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเครื่องอนุสรณ์ถึงท่าน อยู่ระหว่างปี ค.ศ. 1836-1886

                                                                                                                                                                  << top >>
   แนวคิดเรื่องนรกสวรรค์          

     
มีความเชื่อว่า เทพเจ้าองค์สำคัญๆ ประทับอยู่บนสวรรค์เป็นเจ้าสวรรค์

                                                                                                                                                                  << top >>
   แนวคิดเรื่องจุดหมายปลายทาง    

     1. จุดหมายปลายทาง
กลมกลืนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับพระพรหม
     2. วิธีปฏิบัติ บำเพ็ญโยคะปลูกฝังให้เกิดความรู้เกี่ยวกับพระพรหม (ความจงรักภักดีต่อพระเป็นเจ้าทั้ง 3 ก็เป็นทางไปสู่จุดหมายปลายทางได้)
     3. ชีวิตในโลกนี้ มีหลายครั้งมีการเวียนว่ายตายเกิด

                                                                                                                                                                  << top >>
   วิธีปฏิบัติในศาสนา    

      ข้อปฏิบัติในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู มีทั้งส่วนที่ เป็นส่วนเฉพาะและส่วนรวมที่ต้องประพฤติปฏิบัติ ตามกฎประเพณีที่ทำไว้สำหรับวรรณะของตน

กฎสำหรับวรรณะ
     1.การแต่งงาน การแต่งงานจะมีนอกวรรณะไม่ได้ แต่ชายเป็นพราหมณ์แต่งงานกับหญิงวรรณะอื่นได้ เรียกว่า อนุโลม ส่วนหญิงที่เป็นพราหมณ์ แต่งงานกับชายวรรณะอื่นไม่ได้ เรียกว่า ปฏิโลม
     2.อาหารการกิน มีข้อกำหนดว่าอะไรกินได้ อะไรกินไม่ได้ และบุคคลวรรณะใดปรุงอาหารให้คนวรรณะใดกินไม่ได้ เช่น พราหมณ์ไม่กินเนื้อสัตว์ คนวรรณะอื่นปรุงอาหารให้กินไม่ได้ ต้องเป็นพราหมณ์ด้วยกันปรุงให้กันจึงจะกินได้
     3.อาชีพ ต้องอยู่ในการจำกัดว่า บุคคลเกิดวรรณะใดต้องประกอบอาชีพตามที่กำหนดไว้สำหรับบุคคลในวรรณะนั้นเท่านั้น
     4.เคหสถานที่อยู่ ในกฎเดิมห้ามชาวฮินดูมีถิ่นฐานบ้านเรือนอยู่นอกเขตประเทศอินเดียและห้ามเดินเรือในทะเล แต่ปัจจุบันไม่ถือกันแล้ว

การบูชายัญเทวะ
     1.การไหว้เพื่อถวายความจงรักภักดีแด่พระผู้เป็นเจ้าและเทพเจ้าต่างๆ ตามโบสถ์และเทวาลัย
     2.การสวดสรรเสริญพระเจ้า ภาวนา สงบจิต การใช้น้ำชำระกายและบูชาเทวะเป็นประจำทุกเดือน
     3.ปฏิบัติศาสนกิจเป็นพิเศษเป็นการสมโภชในวันสำคัญทางศาสนา มีการถือบำเพ็ญภาวนาอุทิศแด่เทวะ

                                                                                                                                                                  << top >>

<< หน้าก่อนหน้า                                                                         หน้าถัดไป >>

 >> ศาสนาคริสต์  >> ศาสนาอิสลาม  >> ศาสนาสิข  >> ศาสนาโซโรอัสเตอร์
 >> ศาสนาพุทธ  >> ศาสนาเชน  >> ศาสนาเต๋า  >> ศาสนาขงจื๊อ
 >> ศาสนาชินโต  >> ศาสนายิว  >> ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู  
 

มหามกุฏราชวิทยาลัย Mahamakut Buddish University.All rights reserved www.mbu.ac.th
powered by e-Learning Silpakorn University