Link ==>   :: ชื่อศาสนา   :: สัญลักษณ์ศาสนา  :: ประเภทศาสนา  :: ศาสดา  :: ประวัติศาสดา  :: วันเดือนปีที่กำเนิดศาสนา
                      :: สถานที่กำเนิดศาสนา  :: เหตุเกิดศาสนา  :: หลักธรรม  :: จริยศาสตร์  :: คัมภีร์  :: พิธีกรรม  :: นิกาย
                      :: แนวคิดเรื่องนรกสวรรค์  :: แนวคิดเรื่องจุดหมายปลายทาง  :: วิธีปฏิบัติในทางศาสนา  :: จำนวนผู้นับถือศาสนา
  ศาสนายิว์

                                                                                                                                                               
   คัมภีร์    

     คัมภีร์ของศาสนายิวมี 3 คัมภีร์คือ

     1.คัมภีร์เก่า (Old Testament)  กล่าวถึงการแก้แค้นและการส่องสว่างของพระยะโฮวาและกล่าวว่าพระยะโฮวาเป็นผู้พิพากษาโลก นอกนั้นยังบรรจุบทสรรเสริญพระเจ้าพร้อมด้วยสุภาษิตอันเป็นคำสอน เช่น สอนไม่ให้กีดกันความดีจากคนที่ควรแก่ความดี

     2.คัมภีร์โทราห์ (Torah) มีความหมายกว้างขวางมาก แบ่งออกเป็น 2 สาย ดังนี้
         1.บทบัญญัติที่เขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษร
         2.บทบัญญัติที่ท่องจำกันมาด้วยปากเปล่า และคัมภีร์โทราห์นี้หมายรวมเอาคัมภีร์เก่าด้วย

     3.คัมภีร์ทาลมุด (Talmud) ได้แต่งขึ้นประมาณปีค.ศ. 390-420 เป็นคัมภีร์กล่าวโจมตี พระเยซูรุนแรงมาก หรืออีกนัยหนึ่งคัมภีร์ทาลมุดเป็นปากเสียงของศาสนายิวในการเป็นปฏิปักษ์กับพระเยซู
     ทั้งคัมภีร์โทราห์และคัมภีร์เก่า(เป็นส่วนหนึ่งของโทราห์)ได้มีการจดจารึกในสมัยของโมเสสและสมัยต่อจากนั้นเรื่อยมา กว่าจะรวบรวมได้สมบูรณ์ครบชุดอย่างปัจจุบัน กาลเวลาก็ล่วงเลยมาถึงสมัยพระเยซู ส่วนคัมภีร์ทาลมุด เดิมถ่ายทอดมาด้วยปากเปล่า เพิ่งมาเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรหลังสมัยของพระเยซูประมาณ 70 ปี
     ความเชื่อของยาวยิวตามข้อความในคัมภีร์ทั้ง 3 นี้ มีลักษณะเป็นเอกเทวนิยมเพราะพวกยิวถือว่า พระยะโฮวาเป็นผู้สร้างโลกพระองค์เดียว และพระยะโฮวายังเป็นผู้ช่วยเหลือปลดปล่อยชาวยิวให้พ้นจากความเป็นทาสของชาติอื่น

     ตัวอย่างข้อความในคัมภีร์ที่จดจารึกไว้ดังนี้
     1.คัมภีร์เก่า “ข้าแต่พระยะโฮวา ผู้เป็นเจ้าของการแก้แค้นข้าแต่พระเจ้าผู้เป็นเจ้าของการแก่แค้น ขอจงทรงส่องแสงสว่าง พระองค์ทรงเป็นผู้พิพากษาของโลก เชิญเสด็จมา มาตอบแทนตามควรแก่คนที่มีใจอหังการ อย่ากีดกันความดีไว้จากคนที่ควรแก่ความดีนั้น ในเมื่อเจ้ามีอำนาจที่จะทำได้อย่าพูดกับเพื่อนบ้านของเจ้าว่า จงไปก่อนเถิด แล้วค่อยมาใหม่ พรุ่งนี้ฉันจะให้ในเมื่อเจ้ามีสิ่งที่จะให้อยู่กับเจ้าแล้ว แม้เขาจะพูดคำไพเราะ ก็อย่าเชื่อเขา เพราะสิ่งที่น่าสะอิดสะเอียนอยู่ในใจเขาทั้ง 7 ชั้น ถึงแม้เขาจะปิดบังความเกลียดชังของเขาไว้ด้วยเหล่เหลี่ยมใดๆ แต่ก็คงถูกเผยออกมาให้เห็นแจ้งต่อหน้าที่ประชุม คนที่ขุดหลุมพรางไว้ก็จะตกลงไปในหลุมนั้นเอง และคนที่กลิ้งก้อนหินขึ้นไป มันก็จะกลิ้งลงมาทับตัวเอง ลิ้นที่มุสาย่อมนำหายนะมาสู่ตน และปากป้อยอ ย่อมทำลายตัวเอง ”
     2.คัมภีร์ทาลมุด “ด้วยการทรงเปล่งอุทาน 10 ครั้ง ก็จะทรงสร้างโลกนี้ขึ้น ข้อนี้จะแจ้งให้ทราบอะไรกัน เพราะแน่นอนว่า อาจทรงสร้างโลกนี้ได้ ด้วยการทรงเปล่งอุทานเพียงครั้งเดียวแต่เป็นการโทษที่ต้องการจากคนชั่วผู้ทำลายโลก จึงทรงสร้างโลกขึ้นด้วยการเปล่งอุทาน 10 ครั้งและเพื่อจะประทานรางวัลแก่คนผู้ทำลายโลก จึงทรงสร้างโลกด้วยการเปล่งอุทาน 10ครั้ง 10ชั่วคนจากอาดัมถึงโนอาห์ เป็นการอยากเย็นยาวนานสำหรับพระองค์ที่ทรงทำให้เป็นที่รู้จักกันว่า แผ่ขยายออกไปนานเท่าไร เพราะตลอดหลายชั่วคนนั้น ได้มีการกระทำอันชั่วช้า ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระทั้งพระองค์ได้นำน้ำท่วมอันยิ่งใหญ่มาสู่เขาเหลานั้น ”

                                                                                                                                                                  << top >>
   พิธีกรรม    

     
ในศาสนายิวมีพิธีกรรมที่สำคัญ ดังนี้

     1.วันสะบาโต (Sabbath) คือวันที่เจ็ดของสัปดาห์ ถือเป็นวันบริสุทธิ์ห้ามทำกิจกรรมใดๆ ทุกอย่างได้ถือว่าวันนี้เป็นวันพักผ่อน เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ ให้ทำกิจกรรมที่เป็นกุศล เช่น การสวดมนต์อธิษฐานภาวนาการอ่านพระคัมภีร์ และขอบคุณพระเจ้า

     2.พิธีปัสคา (Pesach) เป็นพิธีกรรมที่เกิดในสมัยโมเสสเมื่อคืนวันก่อนที่โมเสสจะพาพวกยิวอพยพจาก อียิปต์ พระเจ้าทรงส่งให้พวกยิวฆ่าแกะทำเป็นอาหารรับประทานกับขนมปังที่ไม่มีเชื้อ และต้องรับประทานให้หมดวันเดียว แล้วให้ทุบหม้อไห และเครื่องครัวทั้งหมดแล้วให้เอาเลือดแกะป้ายไว้ที่หน้าประตูเพราะในเวลากลางคืน พระเจ้าจะส่งฑูตมรณะมาฆ่าทุกคนที่ไม่ใช่ยิว ถ้าประตูหน้าของใครมีเลือดแกะทาอยู่ทูตมรณะจะข้ามไป จึงเรียกว่า “ปัสคา” แปลว่า “ข้ามไป”ชาวยิวฉลองวันนี้ด้วยการเลี้ยงใหญ่ และอธิษฐานขอบคุณพระเจ้าพิธีนี้ใช้เวลา 8 วัน ในวันสุดท้ายมีการฉลองใหญ่และทุกคนก็ร้องขึ้นพร้อมกันว่า “ ปีนี้พบกันที่เยรูซาเลม”

     3.พิธีเซเดอร์ (Seder) พิธีเซเดอร์เป็นพิธีเมืองที่สำคัญที่สุดในศาสนายิวกระทำในคืนแรกและคืนที่สองของพิธีปัสคา ประกอบด้วยการนับวันที่พวกยิวอพยพจากอียิปต์ใหม่ เลี้ยงฉลองในงานรื่นเริงด้วย “คิดดุช” (Kiddush) แล้วอวยพรด้วยการราดเหล้าไวน์บนขยมปังบิดามารดามักจะอวยพรให้กับเด็กๆ

     4.วันแห่งการแก้ไข (Day of Atonement) ถือเป็นวันศักดิ์สิทธิ์ เป็นวันแห่งการแก้ไขความประพฤติ จะทำพิธีในโบสถ์แห่งเยรูซาเลม พระผู้ใหญ่จะเป็นผู้ทำพิธีล้างบาปให้ เมื่อเสร็จพิธีล้างบาปจะมีการเป่าเขาพร้อมกับการยืนยันว่า “เจ้านายของตนคือพระเจ้า” พระจะกล่าวคำขอโทษจากพระเจ้า ทั้งสำหรับตัวเองและชาวอิสราเองทุกคน ดังนั้นวันแห่งการล้างบาปจึงถือว่าเป็นโอกาสดีของผู้ที่ทำผิดแล้วเสียใจในความผิดที่ได้ทำลงไป ในเย็นวันนั้นจะมีพิธีกรรมที่เรียกว่า คอลนิดไร (Koi - Nidrei) ทุกคนตั้งสัตย์อธิษฐานเป็นการยกเลิกคำอธิษฐานเดิมที่ได้ทำลงไปแล้วโดยถูกบังคับกดขี่

     นอกจากพิธีดังกล่าวแล้ว ยังมีพิธีอื่นๆ อีกมาก เช่น พิธีฉลองปีใหม่ พิธีฉลองพืชผลในฤดูเก็บเกี่ยว
     ในพิธีกรรมสังเวยบูชาพระเจ้านั้นชาวยิวใช้พืชผลหัวเครื่องหมอบ้าง ฆ่ากำแพะสังเวยบ้าง ศูนย์กลางศาสนาของยิวถือกรุงเยรูซาเลม เป็นนครอันศักดิ์สิทธิ์

                                                                                                                                                                  << top >>
   นิกาย   

     นิกายในศาสนายิวมี 4 นิกาย คือ

     1. นิกายออร์ธอดอกซ์ (Orthodox) นับถือศาสนาเป็นแบบประเพณีนิยม มีมุขนายกเป็นหัวหน้าเน้นความศักดิ์สิทธิ์ของพระคัมภีร์โทราห์ และกฏหมายทัลมุดอย่างเคร่งครัดตามตัวอักษรถือวินัยข้อบังคับ 613 ข้อ รักษาชีวิตทั้งร่างกายและจิตใจให้บริสุทธิ์ จำกัดอาหารบางประเภทพยายามดำรงชีวิตอยู่อย่างบรรพบุรุษทุกประการ ไม่เปลี่ยนแปลงประเพณีโบราณ ถือว่าประเทศอิสราเอลเป็นแผ่นดินสัญญาและมาตุภูมิของตนที่พระเจ้าได้ทรงประทานแล้ว

     2. นิกายปฏิรูป (Reform) ส่วนใหญ่เป็นปัญญาชนสมัยใหม่ ถือว่าพระคัมภีร์และกฎหมายรวมทั้งประเพณีต่างๆ ย่อมเปลี่ยนแปลงแก้ไขปรับปรุงได้ แปลคัมภีร์ออกเป็นภาษาพื้นเมืองและภาษาต่างๆ ได้ และตีความให้เข้ากับกาลสมัย ยกเลิกข้อห้ามหรือข้อปฏิบัติโบราณที่ขัดแย้งกับชีวิตสมัยใหม่ ย่นย่อพิธีกรรมให้กะทัดรัด เลิกพิธีสังเวยบูชาสมัยโบราณและการร้องเพลงในโบสถ์ ไม่เชื่อในการเสด็จมาของพระเมสิอาห์และการสร้างประเทศอิสราเอลใหม่เพราะถือว่าประเทศที่ตนเกิดก็คือมาตุภูมิของตน

     3. นิกายคอนเซอร์เวตีฟ (Conservative) เป็นนิกายที่พยายามเดินทางสายกลางระหว่างนิกายแรก กล่าวคือ ถือว่าศาสนายิวเป็นแก่นสำคัญของชีวิตชาวยิวทุกคน รักษาขนบธรรมเนียมประเพณีโบราณไว้ให้มากที่สุด ส่วนใดล้าสมัยก็ค่อยๆ ปรับปรุงแก้ไขภายในกรอบของกฎหมาย

     4. นิกายรีคอนสตรักชั่น (Reconstructionism) เป็นนิกายที่แยกตัวจากนิกายคอนเซอร์เวตีฟ ระหว่าง ค.ศ. 1920–40 ได้รับอิทธิพลจากปรัชญาลัทธิปฏิบัตินิยม (Pragmatism) ลัทธิธรรมชาตินิยม (Naturalism) ของสหรัฐอเมริกา เป็นพวกหัวรุนแรงถืออิสระเสรีในการนับถือศาสนา และอนุโลมให้ปรับปรุงแก้ไขศาสนาให้เข้ากับชีวิตสมัยใหม่ได้

                                                                                                                                                                  << top >>

<< หน้าก่อนหน้า                                                                         หน้าถัดไป >>

 >> ศาสนาคริสต์  >> ศาสนาอิสลาม  >> ศาสนาสิข  >> ศาสนาโซโรอัสเตอร์
 >> ศาสนาพุทธ  >> ศาสนาเชน  >> ศาสนาเต๋า  >> ศาสนาขงจื๊อ
 >> ศาสนาชินโต  >> ศาสนายิว  >> ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู  
 

มหามกุฏราชวิทยาลัย Mahamakut Buddish University.All rights reserved www.mbu.ac.th
powered by e-Learning Silpakorn University