Link ==>   :: ชื่อศาสนา   :: สัญลักษณ์ศาสนา  :: ประเภทศาสนา  :: ศาสดา  :: ประวัติศาสดา  :: วันเดือนปีที่กำเนิดศาสนา
                      :: สถานที่กำเนิดศาสนา  :: เหตุเกิดศาสนา  :: หลักธรรม  :: จริยศาสตร์  :: คัมภีร์  :: พิธีกรรม  :: นิกาย
                      :: แนวคิดเรื่องนรกสวรรค์  :: แนวคิดเรื่องจุดหมายปลายทาง  :: วิธีปฏิบัติในทางศาสนา  :: จำนวนผู้นับถือศาสนา
  ศาสนายิว


   หลักธรรม     

     หลักธรรมคำสอนที่สำคัญของศาสนายิว ที่นับว่ามีความสำคัญและชาวยิวใช้หลักคำสอนตามที่พระเจ้าสั่งหรือแจ้งลงมาทางโมเสสเป็นหลัก ดังนี้

บัญญัติ 10 ประการ
     1. อย่าได้มีพระเจ้าอื่นต่อหน้าเรา (พระยะโฮวา) เลย
     2. อย่าทำรูปเคารพสำหรับตน เป็นสัณฐานรูปสิ่งหนึ่งสิ่งใดซึ่งมีอยู่ในฟ้าอากาศเบื้องต้น หรือซึ่งมีอยู่ที่แผ่นดินเบื้องล่าง หรือซึ่งมีอยู่ใต้แผ่นดิน อย่ากราบไหว้ หรือปฏิบัติรูปเหล่านั้น ด้วยเรายะโฮวาพระเจ้าของเจ้า เป็นพระเจ้าหวงแหน ให้โทษของบิดาที่ชังเรา (ยะโฮวา) นั้น ติดเนื่องจนถึงลูกหลานกระทั่งสามสี่ชั่วอายุคน แต่แสดงความกรุณาแก่ผู้รักเราและรักษาบัญญัติของเราถึงหลายพันชั่วอายุคน
     3. อย่าออกนามยะโฮวา พระเจ้าของเจ้าเปล่าๆ ด้วยผู้ที่ออกนามของพระองค์เล่นเปล่าๆ นั้น ยะโฮวาจะไม่ปรับโทษหามิได้
     4. จงนับถือวันซะบาโต ถือเป็นวันบริสุทธิ์ตามคำยะโฮวา พระเจ้าของเจ้าได้ตรัสสั่งไว้แก่เจ้า จงทำการงานของเจ้าให้สำเร็จ ในระหว่างหกวัน แต่วันที่เจ็ดนั้น เป็นซะบาโตของยะโฮวาพระเจ้าของเจ้า ในวันนั้นอย่ากระทำการสิ่งใดๆ คือเจ้าเองหรือบุตราบุตรีของเจ้าหรือทาสาทาสีของเจ้า หรือตัวโคของเจ้าหรือตัวลาของเจ้า หรือบรรดาสัตว์ใช้ของเจ้า จงระลึกว่าเจ้าเป็นทาสในประเทศอายฆุปโต (อียิปต์)และยะโฮวาพระเจ้าของเจ้า ได้พาเจ้าออกมาจากที่นั่นด้วยพระหัตถ์อันทรงฤทธิ์ และด้วยพระกรเหยียดออกนั้น เหตุฉะนี้ ยะโฮวาพระเจ้าของเจ้า ได้บัญชาสั่งให้เจ้ารักษาวันซะบาโตนั้น
     5. จงนับถือบิดามารดาของตน ตามคำยะโฮวาตรัสสั่งนั้น เพื่อเจ้าจะมีชีวิตยืนนาน และจำเริญอยู่บนแผ่นดินซึ่งยะโฮวาพระเจ้าของเจ้าประทานให้แก่เจ้า
     6. อย่าฆ่าคน
     7. อย่าล่วงประเวณี สามีภรรยา
     8. อย่าลักทรัพย์
     9. อย่าเป็นพยานกล่าวความเท็จต่อเพื่อนบ้าน
     10. อย่าโลภภรรยาของเพื่อนบ้าน อย่าโลภเรือนของเพื่อนบ้านหรือไร่นาของเขา หรือทาสาของเขาหรือทาสีของเขาตัวโคหรือตัวลาของเขา หรือสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่เป็นของเพื่อนบ้าน

     เกี่ยวกับการสร้างโลกและชีวิตข้อความในพระคัมภีร์เก่ากล่าวว่า เมื่อเดิมพระเจ้าได้นิรมิตสร้างฟ้าและแผ่นดิน ดินนั้นก็ว่างเปล่าอยู่ มีความมืดอยู่เหนือฟ้า และพระวิญญาณของพระเจ้าได้ปกครองอยู่เหนือน้ำนั้น พระเจ้าทรงตรัสสั่งให้มีความสว่างเกิดขึ้น พระเจ้าเห็นว่า แสงสว่างนั้นดี จึงได้แยกความสว่างนั้นออกจากความมืด พระเจ้าทรงเรียกความสว่างนั้นว่า “วัน” และทรงเรียกความมืดว่า “ คืน” มีเวลาเย็นและเวลาเช้าเป็นวันที่หนึ่ง
     พระเจ้าก็ทรงตรัสให้มีวันที่ 2-3-4-5-6-7 ตามลำดับ

       วันที่ 1 ทรงสร้างกลางวันและกลางคืน
       วันที่ 2 ทรงสร้างน้ำ อากาศ และสวรรค์
       วันที่ 3 ทรงสร้างแผ่นดิน
       วันที่ 4 ทรงสร้างดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดวงดาว
       วันที่ 5 ทรงสร้างสรรพสัตว์
       วันที่ 6 ทรงสร้างมนุษย์
       วันที่ 7 คือวันเสาร์ เป็นวันพักผ่อน และมนัสการพระเจ้า

     ในขณะเดียวกัน พระองค์ก็ทรงเนรมิต ฟ้า ดิน โลก สิ่งต่างๆขึ้นมาในโลกรวมทั้งพืชพันธุ์ สัตว์ต่างๆ และมนุษย์ขึ้นไว้ พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ด้วยผงคลีดิน ทรงระบายลมแห่งชีวิตเข้าทางจมูก ให้มีชีวิตหายใจเข้าออก มนุษย์จึงเกิดขึ้นเป็นจิตวิญญาณมีชีวิตอยู่ ทรงสร้างมนุษย์เป็นคนแรก เป็นชาย เรียกว่า อดัม และมนุษย์หญิงคนแรก เรียกว่า อีวา อาดัมและอีวา จึงกลายเป็นมนุษย์คนแรกของโลก และเป็นบรรพบุรุษของมนุษย์ทั้งปวง

                                                                                                                                                                  << top >>
   จริยศาสตร์   

     จริยธรรมระหว่างมนุษย์กับพระเจ้าและระหว่างมนุษย์ต่อมนุษย์ด้วยกัน พระคัมภีร์กล่าวดังนี้ จงเกรงกลัวพระยะโฮวา พระเจ้าของเจ้า จงปฏิบัติและนับถือพระองค์ จงสาบานด้วยพระนามของพระองค์ ผู้สั่งสอน ที่ดีที่สุดคือจิตใจ ครูที่ดีที่สุดคือเวลา หนังสือที่ดีที่สุดคือโลก เพื่อนที่ดีที่สุดคือพระเจ้า เกี่ยวกับญาติพี่น้องพระคัมภีร์กล่าวว่า ถ้าพี่น้องของเจ้ามายืมของ เจ้าอย่าได้คิดเอาดอกเบี้ย จะยืมเงินทองหรือเครื่องกระยาหาร สิ่งหนึ่งสิ่งใดก็อย่าคิดเอาดอกเบี้ยจากเขาแต่คนต่างชาติยืมของเจ้า ก็คิดเอาดอกเบี้ยได้ แต่พี่น้องของเจ้าอย่าคิดเอาดอกเบี้ยเลย
     การปฏิบัติต่อคนยากจนหรือคนรับจ้าง พระคัมภีร์กล่าวไว้ว่า คนรวยเก็บพระเจ้าไว้ในกระเป๋า คนจนเก็บพระเจ้าไว้ในหัวใจ และว่า เจ้าทั้งหลายข่มขี่ลูกจ้างที่เป็นผู้ยากจนซึ่งเป็นพวกพี่น้องของเจ้าหรือคนต่างชาติซึ่งอยู่ในเขตแดนแผ่นดินของเจ้า พอถ้วนวันทำการนั้นเจ้าจงให้ค่าจ้างก่อนตะวันตก (เพราะเขาเป็นคนจน และหวังในใจค่าจ้างนั้น) กลัวเขาจะฟ้องร้องต่อพระยะโอวา และจะเป็นความบาปแก่เจ้า
     การรักษาความยุติธรรม พระคัมภีร์กล่าวไว้ว่า เจ้าทั้งหลายอย่ากลัวผู้ใด เพราะการพิพากษานั้นเป็นการของพระเจ้า ถ้าหากว่าเป็นเหตุให้เกิดอันตรายประการใด ก็ให้วินิจฉัยดังนี้ คือ ชีวิตแทนชีวิต ตาแทนตา ฟันแทนฟัน มือแทนมือ เท้าแทนเท้า ไหม้แทนไหม้ แผลแทนแผล รอยตีแทนรอยตี ดังข้อความตอนหนึ่งว่า พระยะโฮวาตรัสแก่โมเสสว่า จงพาคนที่ด่าแช่งนั้นออกไปข้างนอกที่หยุดพักและให้คนทั้งปวงที่ได้ยิน วางมือของตนลงบนศีรษะคนนั้น และให้คนทั้งปวงที่ประชุมนั้นเอาก้อนหินขว้าง และเจ้าจงบอกแก่พวกอิสราเอลว่า ผู้ใดจะแช่งพระเจ้าของตน ผู้นั้นต้องรับโทษของเขา และผู้ด่าแช่งพระนามพระยะโฮวา ต้องฆ่าผู้นั้นเสียเป็นแท้ บรรดาคนที่ประชุมจะเอาหินกว้างเขาให้ตาย คนแขกเมืองก็ดี หรือคนที่เกิดในแผ่นดินก็ดี ที่แช่งพระนามพระเจ้าต้องประหารชีวิตผู้นั้นสัน ถ้าผู้ใดฆ่ามนุษย์ต้องฆ่าผู้นั้นเสีย ถ้าผู้ใดฆ่าสัตว์เดรัจฉานผู้นั้นต้องใช้สิ่งนั้นให้สัตว์แทนสัตว์ ถ้าผู้ใดกระทำผู้พิการ ต้องกระทำให้ผู้นั้นเป็นเช่นเดียวกัน ให้หันแทนหัก ตาแทนตา ฟันแทนฟัน เขากระทำให้ผู้อื่นพิการอย่างใด ก็ต้องกระทำให้เขาพิการอย่างนั้น
     ความเคารพในบิดามารดา ถือว่าสำคัญที่สุดพระคัมภีร์กล่าวว่า บุตรคนใดที่เป็นคนชั่วย่อมได้รับโทษดังข้อความว่า ถ้าผู้ใดมีบุตรชายที่มีใจแข็งดื้อดึง ไม่เชื่อฟังคำของบิดาและมารดาของตน ครั้นบิดามารดาได้ตีสอนเขาแล้ว เขายังมิฟัง บิดามารดาจะต้องจับเขา พามายังพวกผู้เฒ่าผู้แก่เมืองของตนว่า บุตรชายของเราคนนี้เป็นคนใจแข็งดื้อดึง ไม่เชื่อถ้อยฟังคำของเรา เป็นคนตะกละ และเป็นคนเมาสุรา แล้วคนทั้งปวงในเมืองนั้น ต้องเอาหินขว้างคนนั้นให้ถึงตาย
     เรื่องการทำสงคราม มีเทวโองการประกาศว่า ถ้าเมืองนั้นไม่ยอมเป็นไมตรีกัน แต่จะสู้รบกับเจ้าทั้งหลาย เจ้าจึงจะตีเมืองนั้นได้ และเมื่อพระโยฮะวาพระเจ้าของเจ้าได้ทรงมอบเมืองนั้นไว้ในมือเจ้าทั้งหลายแล้วเจ้าจงประหารชีวิตผู้ชายทุกคนเสียด้วยคมดาบ แต่หญิงและเด็กทั้งหลายกับฝูงสัตว์และบรรดาสิ่งของในเมืองนั้น คือ สิ่งทั้งปวง เจ้าทั้งหลายจงเอาไว้สำหรับตัว...แต่ชนประเทศทั้งปวงซึ่งพระยะโฮวาพระเจ้าของเจ้า ได้ประทานให้เจ้าเป็นกรรมสิทธิ์ เจ้าอย่าได้ไว้ชีวิตคนที่มีจิตวิญญาณสักคนหนึ่งเลย แต่จงทำลายเขาเสียทั้งสิ้น
     การละเมิดพระบัญญัติ ถือว่าเป็นบาปอย่างยิ่งจะต้องถูกลงโทษอย่างรุนแรง ข้อความในพระคัมภีร์ตอนหนี่งกล่าวว่า เพราะเขาทั้งหลายได้หลงปฏิบัตินมัสการพระเจ้าอื่น ซึ่งเขามิได้รู้จักและซึ่งพระองค์มิได้ประทานแก่เขา เหตุฉะนี้ ความพิโรธของพระโยฮะวาก็ได้เผาแผ่นดินนี้และพระองค์ก็ได้พาความแช่งทั้งปวงที่เขียนไว้ในหนังสือมาถึงแผ่นดินนี้ และพระยะโฮวาได้ทรงถอนเขาทั้งหลายออกจากประเทศของเขา ด้วยความกริ้ว ความโกรธ ความพิโรธ อันใหญ่และได้ทรงทอดทิ้งเขาทั้งหลายไว้ในประเทศอื่น ดุจเป็นอยู่ทุกวันนี้
     ข้อห้ามเกี่ยวกับการรับประทานเนื้อสัตว์ พระคัมภีร์ระบุไว้ว่า เจ้าทั้งหลายอย่ากินของอันเป็นมลทิน สัตว์เหล่านี้เจ้าทั้งหลายกินได้คือ โค แกะ แพะ เนื้อแพะป่า เนื้อกวาง เนื้อสมัน เนื้อทราย และเลียงผา และสัตว์ทั้งปวงที่แยกกีบออกเป็นสองและเคี้ยวเอื้อง เจ้าทั้งหลายกินได้แต่บรรดาสัตว์ที่เคี้ยวเอื้อง หรือมีกีบแยกออกที่กินไม่ได้ คือ อูฐ กระต่าย และเลียงผา ด้วยสัตว์เหล่านี้เคี้ยวเอื้องได้ แต่ไม่มีกีบแยกออกเป็น 2 มันเป็นสัตว์ที่ไม่สะอาด และหมูด้วยเพราะหมูมีกีบแยกออกเป็น 2 แต่ไม่ได้เคี้ยวเอื้อง มันจึงเป็นสัตว์ไม่สะอาด

                                                                                                                                                                  << top >>

<< หน้าก่อนหน้า                                                                         หน้าถัดไป >>

 >> ศาสนาคริสต์  >> ศาสนาอิสลาม  >> ศาสนาสิข  >> ศาสนาโซโรอัสเตอร์
 >> ศาสนาพุทธ  >> ศาสนาเชน  >> ศาสนาเต๋า  >> ศาสนาขงจื๊อ
 >> ศาสนาชินโต  >> ศาสนายิว  >> ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู  
 

มหามกุฏราชวิทยาลัย Mahamakut Buddish University.All rights reserved www.mbu.ac.th
powered by e-Learning Silpakorn University